77. ความงามแห่งมิตรภาพ จาก สองเงาในเกาหลี
posted on 06 Dec 2010 23:16 by theeleventhline in Tourist
ทรงกลด บางยี่ขัน
สนพ A BOOK
180 บาท
346 หน้า
ISBN 9 789749 467800
ทรงกลดไม่ได้เขียนหนังสือท่องเที่ยว เขาเขียนหนังสือของนักเดินทาง
ผมซื้อเล่มนี้มาตั้งแต่ 9 ตุลาคม 2553 แต่มันถูกดอง
ผมเพิ่งมาอ่านเมื่อจนจบเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมานี่เอง
ไม่ใช่วิสัยผม ที่จะดองหนังสือของ ทรงกลด บางยี่ขัน
แต่บอกตรงๆว่า เสียวไส้ เพราะ ผมมองว่า “ดาวหางเหนือทางรถไฟ”
(http://theeleventhline.exteen.com/20100103/entry)
นั่นคือ สุดยอด แห่งงานเขียน ของการเดินทาง แล้ว
ผมจึงกลัวว่า เห็นที “ทรงกลด” จะทำให้ผมผิดหวังก็คราวนี้
แต่พอผมอ่าน “สองเงาในเกาหลี”จบ
ผมว่า “ดาวหางฯ” คือ หนุ่มใหญ่ที่ผ่านการเดินทางมาอย่างโชกโชน
เตรียมพร้อมมาอย่างดี สุขุมนุ่มลึก มองโลกแบบอบอุ่นและเข้าใจ
แต่ “สองเงาฯ” คือ ความสนุกสนาน ผจญภัยแบบลุ้นๆ แบบหนุ่มสาว
ที่มีกลิ่นความรัก ความโรแมนติก ปะปน บนเส้นบางๆ ของมิตรภาพ
ถ้าคุณได้ดู “กวน มึน โฮ” ผมเชื่อว่าคุณจะชอบมัน
ในระดับ มากกกกก เหมือนผม
มันเป็นหนังที่ผมไม่ได้คาดหวังอะไรจากมันเลย
แต่ไปดูด้วย 2 เหตุผล
1) ทำจากหนังสือของ ทรงกลด
2) ชื่นชอบความกวนตี_ แบบธรรมชาติของพระเอก
เมื่อดู “กวน มึน โฮ” จบ หากไม่นับเรื่องสาระอันใดนะครับ
มันคือหนังดีของปีนี้ เพราะ นิยามหนังดีของผม คือ หนังที่ดูสนุก
แต่ กวน มึน โฮ มันไม่ใช่แค่ สนุก
มันทำเอาสารอะดรีนาลีน ฉีดไปทั่วร่างจริงๆ ผมจำได้ว่ามีความสุขมากตอนเดินออกมา
และ เมื่อผมมาอ่าน “สองเงาฯ” แม้ “ทรงกลด” ในหนังสือ ไม่กวนตี_ แบบในหนัง
แต่ก็ช่าง มีบทสนทนา ที่โรแมนติกเหลือหลาย ระหว่างคน 2 คน
“คุณเรามาแลกไดอารี่เขียนกันวันหนึ่งไหม” ผมชวนพิณเล่นอะไรสนุกๆ
โห ผมว่าอารมณ์นี้มัน แบบ ถ้าจีบอยู่นี่โดนเลยนะ
“ดาวของคุณเป็นห้าแฉกหรือวงกลม” พิณถาม
แหมถ้าผมโดนคำถามแบบนี้เนี่ย ไม่จบแค่เพื่อนแน่ๆ 555
“คนที่อยู่กับที่ย่อมไม่มีรอยเท้า”
สิ่งหนึ่งที่เล่มนี้ มีไม่ต่างกับ “ดาวหางฯ” คือ
วิธีการท่องเที่ยวของ ทรงกลด ที่ไม่เหมือนใคร
เขาไม่ได้ชอบไปในที่ที่ใครไปเที่ยว
ซึ่งคุณหาอ่านจากหนังสือท่องเที่ยวเกาหลี เล่มไหนก็คงเหมือนกัน
ที่ที่ใครๆบอกว่าต้องไป อาจไม่ใช่ที่ที่เขาต้องไป
ดังนั้นทรงกลดจึงยอมนั่งรถ หลาย ชั่วโมง ไปดู
สวนสัตว์ หอดูดาว หรือ กระทั่งการไปหมู่บ้านศิลปิน ที่เมืองอันดง
สถานที่ที่ถูกกล่าวถึงในหนังสือท่องเที่ยวเพียง 5 บรรทัด
ที่สำคัญหนังสือของ ทรงกลด มักเล่าเรื่องผู้คน ผ่านสายตาของเขา
เรื่องแบบนี้หละ กระตุ้น ให้ใจสั่นขาขยับนักแหละ
แม้ผมอ่านจบแล้วไม่ได้อยากไปเกาหลี
แต่ผมก็อยากออกเดินทางเหลือเกิน
เมื่อดูหนัง “กวน มึน โฮ” จบ ผมแอบนึกว่ามันเป็นไปได้หรือที่
ชาย หญิง ที่เที่ยวด้วยกัน ในต่างประเทศ แบบต่างคนต่างมาเจอกัน
แล้ว จะรักษาช่องว่างแห่งมิตรภาพได้ ขนาดนั้น
หรือว่าหนังเอาเพียงโครงเรื่องไป แล้วไปต่อเพิ่มเอง
แต่เมื่อผมอ่าน “สองเงาฯ” จบ ผมพบว่า ช่องว่างแห่งมิตรภาพมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
(หรือไม่ก็ คุณทรงกลด เล่าไม่หมด (ฮา) แต่ผมถือว่ายกประโยชน์ให้ผู้ต้องสงสัยละกัน)
“ประโยคหนึ่งใน Perhaps Love บอกว่า ตัวละครบางตัว
มีบทบาทในชีวิตของเรา แต่พอเป็นชีวิตของเขา
เราอาจจะเป็นตัวละครที่ไม่ถูกพูดถึงเลยก็ได้
นั่นสิ แล้วในเรื่องของพิณ ผมจะได้โผล่ออกมากี่ฉากนะ”
ท่อนข้างบนถ้าให้ผมตีความ
การที่หนุ่ม สาว อยู่กัน 2 ต่อ 2 ในดินแดนอันห่างไกล
มันก็คงมีหวั่นไหวบ้าง
เพียงแต่ “ทรงกลด” คงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์
อย่างชื่อตอนตอนหนึ่งที่ใช้ภาษาแสนงามว่า
“ความสุขชั่วเวียนธูป ความทุกข์ชั่ววูบเทียน”
ผมว่า นี่ต้องเป็นกรณีศึกษาเรื่อง การรักษาช่องว่างแห่งมิตรภาพ
ในระดับเดียวกับ The Bridges of Madison County และ
หนังสือ "คิดถึงทุกปี" ของ บินหลา เลยนะครับ
(http://theeleventhline.exteen.com/20100831/entry)
“คุณดูละครเวทีบ่อยไหม” ผมส่งบทต่อให้พิณ
“ไม่นะ ฉันชอบเล่นมากกว่า”
“คุณว่าผมเคยดูละครที่คุณเล่นไหม”
“แล้วคุณคุ้นหน้าฉันบ้างไหมหละ”
“ไม่คุ้น”
“งั้นคุณก็ไม่เคยดู หรือคุณไม่ก็จำฉันไม่ได้”
“บอกหน่อยสิว่าเล่นเรื่องอะไร”
“ไม่บอก”
….
….
“คุณถนัดหูซ้ายหรือขวามากกว่ากัน”
“เท่าๆกันมั้ง”
“ไม่ได้ เลือกมาข้างนึง”
“หูขวา”
“ผมมีอะไรจะบอกหูขวาคุณ”
ขอโทษ, บางประโยคก็ควรจะรู้กันแค่ 2 คน มันเป็นความลับที่แม้แต่หูซ้ายก็ไม่อาจล่วงรู้
พิณไม่ได้พูดอะไร มีแต่รอยยิ้ม
อ่านแล้วผมรู้สึก สดชื่นอย่างไรก็ไม่รู้
ผมว่าทุกคนจะมี moment อะไร แบบนี้ในชีวิต
moment ที่อาจจะไม่ใช่ความรัก หนุ่ม สาว
จะพูดอย่างไรดีนะ .... เอาเป็นว่า .... ผมเชื่อว่าคุณนึกออก
ผมเล่ามาขนาดนี้คุณยังคิดว่า ไม่น่าอ่าน
ก็ใจแข็งไปหละ
แม้ผมจะเป็น ทรงกลด บางยี่ขันไม่ได้
ก็ขอเป็น บรรทัดที่11 ณ บางแค แล้วกัน
- - ร่องรอยคุณ และ รอยยิ้มผม แปรผันตามกัน - -

