Tourist

ทรงกลด บางยี่ขัน

สนพ A BOOK

180 บาท

346 หน้า

ISBN 9 789749 467800

 

ทรงกลดไม่ได้เขียนหนังสือท่องเที่ยว เขาเขียนหนังสือของนักเดินทาง

 

ผมซื้อเล่มนี้มาตั้งแต่ 9 ตุลาคม 2553 แต่มันถูกดอง

ผมเพิ่งมาอ่านเมื่อจนจบเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมานี่เอง

ไม่ใช่วิสัยผม ที่จะดองหนังสือของ ทรงกลด บางยี่ขัน

แต่บอกตรงๆว่า เสียวไส้ เพราะ ผมมองว่า “ดาวหางเหนือทางรถไฟ”

(http://theeleventhline.exteen.com/20100103/entry)

นั่นคือ สุดยอด แห่งงานเขียน ของการเดินทาง แล้ว

ผมจึงกลัวว่า เห็นที “ทรงกลด” จะทำให้ผมผิดหวังก็คราวนี้

แต่พอผมอ่าน “สองเงาในเกาหลี”จบ

ผมว่า “ดาวหางฯ” คือ หนุ่มใหญ่ที่ผ่านการเดินทางมาอย่างโชกโชน

เตรียมพร้อมมาอย่างดี สุขุมนุ่มลึก มองโลกแบบอบอุ่นและเข้าใจ

แต่ “สองเงาฯ” คือ ความสนุกสนาน ผจญภัยแบบลุ้นๆ แบบหนุ่มสาว

ที่มีกลิ่นความรัก ความโรแมนติก ปะปน บนเส้นบางๆ ของมิตรภาพ

 

ถ้าคุณได้ดู “กวน มึน โฮ” ผมเชื่อว่าคุณจะชอบมัน

ในระดับ มากกกกก เหมือนผม

มันเป็นหนังที่ผมไม่ได้คาดหวังอะไรจากมันเลย

แต่ไปดูด้วย 2 เหตุผล

1) ทำจากหนังสือของ ทรงกลด

2) ชื่นชอบความกวนตี_ แบบธรรมชาติของพระเอก

เมื่อดู “กวน มึน โฮ” จบ หากไม่นับเรื่องสาระอันใดนะครับ

มันคือหนังดีของปีนี้ เพราะ นิยามหนังดีของผม คือ หนังที่ดูสนุก  

แต่ กวน มึน โฮ มันไม่ใช่แค่ สนุก

มันทำเอาสารอะดรีนาลีน ฉีดไปทั่วร่างจริงๆ ผมจำได้ว่ามีความสุขมากตอนเดินออกมา

และ เมื่อผมมาอ่าน “สองเงาฯ”  แม้ “ทรงกลด” ในหนังสือ ไม่กวนตี_ แบบในหนัง

แต่ก็ช่าง มีบทสนทนา ที่โรแมนติกเหลือหลาย ระหว่างคน 2 คน  

“คุณเรามาแลกไดอารี่เขียนกันวันหนึ่งไหม” ผมชวนพิณเล่นอะไรสนุกๆ

โห ผมว่าอารมณ์นี้มัน แบบ ถ้าจีบอยู่นี่โดนเลยนะ

“ดาวของคุณเป็นห้าแฉกหรือวงกลม” พิณถาม

แหมถ้าผมโดนคำถามแบบนี้เนี่ย ไม่จบแค่เพื่อนแน่ๆ 555

 

“คนที่อยู่กับที่ย่อมไม่มีรอยเท้า”

สิ่งหนึ่งที่เล่มนี้ มีไม่ต่างกับ “ดาวหางฯ” คือ

วิธีการท่องเที่ยวของ ทรงกลด ที่ไม่เหมือนใคร

เขาไม่ได้ชอบไปในที่ที่ใครไปเที่ยว

ซึ่งคุณหาอ่านจากหนังสือท่องเที่ยวเกาหลี เล่มไหนก็คงเหมือนกัน

ที่ที่ใครๆบอกว่าต้องไป อาจไม่ใช่ที่ที่เขาต้องไป

ดังนั้นทรงกลดจึงยอมนั่งรถ หลาย ชั่วโมง ไปดู

สวนสัตว์ หอดูดาว หรือ กระทั่งการไปหมู่บ้านศิลปิน ที่เมืองอันดง

สถานที่ที่ถูกกล่าวถึงในหนังสือท่องเที่ยวเพียง 5 บรรทัด

ที่สำคัญหนังสือของ ทรงกลด มักเล่าเรื่องผู้คน ผ่านสายตาของเขา

เรื่องแบบนี้หละ กระตุ้น ให้ใจสั่นขาขยับนักแหละ

แม้ผมอ่านจบแล้วไม่ได้อยากไปเกาหลี

แต่ผมก็อยากออกเดินทางเหลือเกิน

 

เมื่อดูหนัง “กวน มึน โฮ” จบ ผมแอบนึกว่ามันเป็นไปได้หรือที่

ชาย หญิง ที่เที่ยวด้วยกัน ในต่างประเทศ แบบต่างคนต่างมาเจอกัน

แล้ว จะรักษาช่องว่างแห่งมิตรภาพได้ ขนาดนั้น

หรือว่าหนังเอาเพียงโครงเรื่องไป แล้วไปต่อเพิ่มเอง

แต่เมื่อผมอ่าน “สองเงาฯ” จบ ผมพบว่า ช่องว่างแห่งมิตรภาพมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ

(หรือไม่ก็ คุณทรงกลด เล่าไม่หมด (ฮา) แต่ผมถือว่ายกประโยชน์ให้ผู้ต้องสงสัยละกัน)

 

“ประโยคหนึ่งใน Perhaps Love บอกว่า ตัวละครบางตัว

มีบทบาทในชีวิตของเรา แต่พอเป็นชีวิตของเขา

เราอาจจะเป็นตัวละครที่ไม่ถูกพูดถึงเลยก็ได้

นั่นสิ แล้วในเรื่องของพิณ ผมจะได้โผล่ออกมากี่ฉากนะ”

ท่อนข้างบนถ้าให้ผมตีความ

การที่หนุ่ม สาว อยู่กัน 2 ต่อ 2 ในดินแดนอันห่างไกล

มันก็คงมีหวั่นไหวบ้าง

เพียงแต่ “ทรงกลด” คงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์

อย่างชื่อตอนตอนหนึ่งที่ใช้ภาษาแสนงามว่า

“ความสุขชั่วเวียนธูป ความทุกข์ชั่ววูบเทียน”

ผมว่า นี่ต้องเป็นกรณีศึกษาเรื่อง การรักษาช่องว่างแห่งมิตรภาพ

ในระดับเดียวกับ The Bridges of Madison County และ

หนังสือ "คิดถึงทุกปี" ของ บินหลา เลยนะครับ

(http://theeleventhline.exteen.com/20100831/entry)

 

“คุณดูละครเวทีบ่อยไหม” ผมส่งบทต่อให้พิณ

“ไม่นะ ฉันชอบเล่นมากกว่า”

“คุณว่าผมเคยดูละครที่คุณเล่นไหม”

“แล้วคุณคุ้นหน้าฉันบ้างไหมหละ”

“ไม่คุ้น”

“งั้นคุณก็ไม่เคยดู หรือคุณไม่ก็จำฉันไม่ได้”

“บอกหน่อยสิว่าเล่นเรื่องอะไร”

“ไม่บอก”

….

….

“คุณถนัดหูซ้ายหรือขวามากกว่ากัน”

“เท่าๆกันมั้ง”

“ไม่ได้ เลือกมาข้างนึง”

“หูขวา”

“ผมมีอะไรจะบอกหูขวาคุณ”

ขอโทษ, บางประโยคก็ควรจะรู้กันแค่ 2 คน มันเป็นความลับที่แม้แต่หูซ้ายก็ไม่อาจล่วงรู้

พิณไม่ได้พูดอะไร มีแต่รอยยิ้ม

 

อ่านแล้วผมรู้สึก สดชื่นอย่างไรก็ไม่รู้

ผมว่าทุกคนจะมี moment อะไร แบบนี้ในชีวิต

moment ที่อาจจะไม่ใช่ความรัก หนุ่ม สาว

จะพูดอย่างไรดีนะ .... เอาเป็นว่า .... ผมเชื่อว่าคุณนึกออก

 

ผมเล่ามาขนาดนี้คุณยังคิดว่า ไม่น่าอ่าน

ก็ใจแข็งไปหละ

แม้ผมจะเป็น ทรงกลด บางยี่ขันไม่ได้

ก็ขอเป็น บรรทัดที่11 ณ บางแค แล้วกัน

 

- - ร่องรอยคุณ และ รอยยิ้มผม แปรผันตามกัน - -  

 

 เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน

ISBN 9-786167-074016

191 หน้า

180 บาท

คุณเคยดูรายการ Roaming มั๊ยครับ เป็นรายการเดินทางแบบ backpack ของ เรย์ แมคโดแนล ที่เดินทางโดยรถไฟจาก กรุงเทพ ไปถึง ลอนดอน

 

แค่ concept การเดินทางก็ คงทำให้ใครที่มีโอกาสดูรายการในตอนนั้น

ถ้ายังเป็นวัยรุ่น หลายๆคน คงวางแผนอะไรมันๆ

ถ้าวัยที่ลืมเลือนการผจญภัยไปแล้ว ก็คง เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง 

รายการไม่ยาวนัก ออกอากาศอยู่สัก 2 เดือน

เวลาก็ไม่เหมาะกับผมเพราะเป็นเช้าวันหยุด

ผมเลยมีโอกาสดูไม่กี่ที

แต่ไอ้ไม่กี่ทีนั้นก็ทำให้ผมประทับใจมากๆ

และเสียดายที่มันจบ 

 

หลังจากนั้นผมไปอ่านเจอว่าจะมีการทำ DVD ออกขาย

ผมก็รีบเขียน email ไปจอง

โทรไปถาม

แต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุอะไร

โครงการ DVD พับไป

 

จนกระทั่งผมเพิ่งมารู้ว่า

มีหนังสือเล่มนี้ออกมาแทน

เขียนโดย เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน

ซึ่งเป็น เพื่อนเเละช่างกล้องคู่หู

ที่ออกเดินทางไปกับ เรย์

มีส่วนร่วมทุกอย่างในทริปนี้

ต่างเพียงเเค่คนหนึ่งอยู่หน้ากล้อง

อีกคนอยู่หลัง

 

ทั้งคู่ร่วมกันวางแผนว่าจะเดินทางจาก กทม ไป ลอนดอน

ด้วยรถไฟ

แน่นอน ที่จะต้องมี สาย ทรานไซบีเรีย

จอดที่ไหน ต่อที่ไหน พักที่ไหน รับตั๋วอย่างไร

แม้จะวางแผนอย่างดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

แต่การเดินทางยาวๆ ข้ามหลายประเทศ

มันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะประเทศที่มี character โหดๆ

เช่น จีน รัสเซีย และ ยุโรปตะวันออก

คุณจะได้รู้ว่าความแปลก ความยุ่งยาก

และ สารพัดวิธีเอาเปรียบนักท่องเที่ยว

และจะหลีกเลี่ยงยังไง

เนื้อหาในแบบที่ไม่มีทางที่จะหาอ่านได้

จากหนังสือเชิงท่องเที่ยวทั่วไป

ทั้งความเห็นและมุมมองที่แตกต่าง

ของนักเดินทาง back pack แบบแท้จริง

ไม่ใช่ back pack ที่แบกเป้ยี่ห้อ Louis Vuitton 

 

เสียนิดเดียว

เปเล่ อาจจะไม่ใช่นักเขียนที่เก่งนัก

เมื่อผมไปเทียบกับ ทรงกลด ที่เขียนเรื่อง ดาวหางเหนือทางรถไฟ

ก็เลยสู้ไม่ไหว

ถ้าเทียบการผจญภัย

ทริปของเรย์มันส์กว่ามาก

ถ้าได้ดูภาพ ก็จะประทับใจมากกว่าแน่นอน

แต่ถ้าเพียงอ่านเรื่อง

เปเล่อาจจะเล่าเรื่อง ด้วยสิ่งที่พบด้วยตา

แต่ทรงกลดเล่าด้วยใจ

 

อย่างไรก็ดี

หนังสือเล่มนี้ก็น่าสนใจ

เพราะ 

เป็นอีกเล่มที่

ทำให้ใจเต้น .... เเรงขึ้น

 

8.ดาวหางเหนือทางรถไฟ

posted on 03 Jan 2010 20:41 by theeleventhline  in Tourist

 

ทรงกลด บางยี่ขัน

โดยปกติผมไม่เคยซื้อ pocket book ท่องเที่ยว แต่ เล่มนี้เป็นชื่อ ทรงกลด บางยี่ขัน ดังนั้นรับรองได้ว่าเป็นการเดินทางที่ไม่น่าจะเหมือนชาวบ้านชาวช่อง บวกกับ การเดินทางกับรถไฟสายทรานมองโกเลียที่ยาวที่สุดเป็นที่ 2ของโลก ยังไงก็ต้องอ่าน หนังสือเริ่มด้วย ผมไม่ได้รับอนุญาตให้นำบันทึกความทรงจำของการเดินทางครั้งนี้กลับประเทศไทย เริ่มต้นก็น่าอ่านต่อแล้วครับ

หนังสือเล่าเรื่องสถานที่ต่างๆที่ผ่านในเชิงประวัติศาสตร์ ผ่านสายตาคุณทรงกลด ที่แทรกความรู้สึกนึกคิดของตนเองลงไปตลอดเวลา ทำให้มันไม่ใช่หนังสือท่องเที่ยวแบบที่คุณเจอทั่วไป แต่ เป็นหนังสือท่องเที่ยวในแนวของ A-Day ที่มันจะต้องมีความเด็ดของทริป ที่ไม่ใช่แค่การไปเที่ยวสถานที่แปลกๆ เท่านั้น

ทริบนี้เป็นทริปที่เดินทางไปเที่ยวปีใหม่คนเดียว ในขณะที่ชาวบ้านคงอยู่กับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือ แฟน และแทนที่จะเป็นการท่องเที่ยวพักผ่อน แต่ทรงกลดเลือกไปเที่ยวเส้นทางรถไฟสายที่ยาวที่สุดลำดับ 2 ของโลก ที่จะต้องวิ่งผ่านประเทศที่โอกาสที่จะสื่อสารกับใครต่อใครเป็นไปได้ยากยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น จีน มองโกเลีย รัสเซีย และหากเลือกเดินทางแบบรวดเดียวจบก็คงไม่มีปัญหาอะไร เเต่ทรงกลดก็เลือกจะแวะในสิ่งที่เค้าอยากพบเจอ  ไม่ว่าจะเป็น ไปปักกิ่ง เพื่อดูมนุษย์ปักกิ่ง (จะมีซักกี่คนที่คิดแบบนี้), แวะเมืองอูลานบาตอเพื่อจะเรียนรู้ว่าที่อุณหภูมิ -40 องศามันเป็นอย่างไร, เกือบถูกตำรวจจับ, เกือบถูกขังออกด้านนอกของสถานีรถไฟและอดเดินทางต่อ และ อีกหลากหลายประสบการ์ที่สนุกและทำให้มันไม่ได้เป็นหนังสือท่องเที่ยวแบบที่เคยรู้จัก

************************

"คนรัสเซียไม่ยิ้มให้กัน ถ้าเรายิ้มให้เขาก่อน เขาจะงงและสงสัยว่ายิ้มทำไม"

"ถ้าคุณเดินทางรวดเดียว คุณจะไม่ได้อะไร นอกจากทักษะในการเล่นหมากรุกและไพ่"

"พระเจ้าซาร์สั่งให้สร้างทางรถไฟระยะ 650 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมมอสโคว์กับเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มันเป็นทางรถไฟที่ตรงแหนวไปตลอด แต่มีช่วงหนึ่งประมาณ 17 กิโลเมตรเป็นทางโค้ง เรื่องมีอยู่ว่า พระเจ้าซาร์ใช้ไม้บรรทัดขีดเส้นเพื่อร่างทางรถไฟระหว่าง 2 เมืองนี้ แต่ช่วงหนึ่งดันขีดเส้นไปโดนนิ้ว เส้นเลยเบี้ยว วิศวกรก็กลัวที่จะพูดถึงความผิดพลาดนี้ ก็เลยบรรลุทางรถไฟโค้งๆไว้ในแผนก่อสร้าง"

"ถ้าเซลเซียสคือตัวแทนของวัฒนธรรมจากซีกโลกตะวันออก และ ฟาเรนไฮต์คือตัวแทนของวัฒนธรรมจากซีกโลกตะวันตก อุณหภูมิ -40 องศา คงหมายถึงจุดที่ไม่มีความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของทั้งสองขั้ว  

อุณหภูมิ -40 องศา อยู่ที่ประเทศมองโกเลีย

ประเทศที่อยู่กึ่งกลางระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกของจีน กับวัฒนธรรมตะวันตกของรัสเซีย ก็คือ มองโกเลีย

อะไรมันจะพอเหมาะพอเจาะขนาดนั้น"