Y9 ลูกคนสุดท้อง น้องคนสุดท้าย 9 - วันที่ป๊าป่วย
posted on 01 Nov 2010 00:47 by theeleventhline in TheYoungestChild
เมื่อเดือนกว่าที่ผ่านมา
ผมใกล้เคียงกับการได้สัมผัสกับความตาย
ของคนที่ผมรักที่สุดท่านนึง
คุณพ่อผมเอง
เช้าวันศุกร์ที่ 17 กันยายน
เป็นเช้าวันที่ผ่อนคลายเหมือนทุกศุกร์
ทั้งงานที่กำลังจะได้พักผ่อนวันหยุดและ
การที่สามารถใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ไปทำงานได้
แต่ขณะที่กำลังกอดป๊าเพื่อลาไปทำงาน
ป๊าก็บอกว่า ป๊าเจ็บแผลที่หน้าอก
เมื่อเห็นแผลผมก็ตกใจ และก็ดุว่าทำไมเพิ่งบอกผม
และผมก็โทรไปบอกน้องว่าไม่เข้า office
และโทรเรียกพี่ชายว่าวันนี้พาป๊าไปหาหมอด้วยกันหน่อย
เพราะแผลที่ผมเห็นทำให้นึกไปต่างๆนานาว่ามันคืออะไร
และตอนนั้น ผมรู้สึก อ่อนแอเกินกว่า
จะได้ยินสิ่งที่คุณหมอวินิจฉัย
หากว่ามันร้ายแรง
แต่ด้วยความผิดพลาดบางอย่าง
เย็นวันนั้นผมก็ต้องพาป๊า ไปหาหมอคนเดียว
และความผ่อนคลายก็เกิดขึ้น
เมื่อคุณหมอบอกว่า ป๊าเป็นงูสวัด
และให้ยา ที่กำชับว่าต้องทานวันละ 5 เวลา
ให้ครบถ้วน เพราะ เป็นยาต้านไวรัส
เนื่องจาก ป๊า มาหาตอนที่เป็นเยอะแล้ว
มีตุ่มน้ำที่มีเชื้อไวรัสขึ้นเยอะแล้ว
จากการป่วยที่ดูเหมือนไม่มีอะไร
แต่ในวัย 86
ก็ทำให้ทุกอย่างทรุดลงได้อย่างรวดเร็ว
ภายใน 2 วัน ฤทธิ์ยาที่รุนแรง
ทำให้ชายชราที่เคยคล่องแคล่ว
กลับไม่มีแรง ที่สามารถแม้แต่จะลุกยืนได้ด้วยตนเอง
ไม่มีแรงแม้กระทั่ง ลืมตา หยิบยาทานเอง
เพ้อ หลง ลืม
จนทำให้ผมแอบคิดไม่ได้ว่า
“นี่ป๊ากำลังจะจำผมไม่ได้แล้วหรือ”
แล้วน้ำตาก็ไหลออกมา
ผมเคยอ่านหนังสือ และดูภาพยนตร์
ที่มีฉากที่คนรัก ลืมใครอีกคนที่ผูกพัน
แต่ผมเองไม่เคยเข้าใจความเจ็บปวดแบบนั้นเลยสักครั้ง
จนป๊าได้สอนบทเรียนสำคัญนั้นให้แก่ลูกชายคนนี้
ค่าไตที่ขึ้นไปสูงเกินกว่า 4
ค่า BUN ที่ทะลุ 100 และ
ภาวะที่ขับปัสสาวะออกมาไม่ได้
ด้วยภาวะเช่นนี้ คุณหมอที่เป็นเพื่อนผมตอบได้ว่า
“ดูไม่ดีเลย”
ทำให้ทุกครั้งที่คนถามผมว่า
“ป๊าเป็นอย่างไรบ้าง”
น้ำตาก็พาลจะไหลออกมา
จนผมต้องกล่าวขอโทษ ว่าอย่าเพิ่งถามครับ
เมื่อ 2 วันที่ผ่านมาป๊าเริ่มกลับสู่ภาวะที่ใกล้เคียงกับก่อนป่วย
คุณหมอให้เอาท่อปัสสาวะออกแล้ว
เพราะหลังจากกลับมาอยู่บ้านสักพัก
คุณหมอก็เห็นว่า ป๊าสามารถปัสสาวะได้เองแล้ว
ป๊าซึ่งเป็นคนจีนโพ้นทะเลมาเป็นจับกังแบกข้าวสารแถวบุคโล
ทำงานหนักหนามาทั้งชีวิต
เพิ่งจะได้พักมาสัก 10 กว่าปี
เกือบจะพายแพ้เพียงเพราะสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ
ที่เรามองไม่เห็นด้วยตา
แต่ความรักก็นำพาให้พ้นมาได้
มันเป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตของครอบครัวเรา
แต่ได้เปลี่ยนให้ผมรู้สึกกลัวความตาย
และพลัดพรากน้อยลง
เพราะ เส้นแบ่งนั้น
มันบางเกินว่าที่ผมเคยเข้าใจมาทั้งชีวิต
17 กันยา พาป๊าไปหาหมอ
18 กันยา ป๊าดูเบลอและงงๆ กลางคืนดูไม่มีแรง
เราต้องมานอนใกล้ๆ เพราะกลัวป๊าล้มตอนลุกไปห้องน้ำ
เครียดทั้งคืนว่า ทำไงถ้าป๊าลุกแต่เราไม่ได้ยิน
โชคดีที่รุ่งสางเราได้ยินป๊าลุก ตอนไปห้องน้ำ
ขาป๊าสั่นไม่มีแรงเลย หากเดินเอง ล้มแน่ๆ
19 กันยา โทรหาพี่สาวแต่เช้า
พาป๊าไปรอตรวจที่ ศิริราชทั้งวัน
เพราะต้องรอคลินิกฉุกเฉิน
ไปตั้งแต่ 9 โมงเช้ากว่าจะได้ผมตรวจเลือด
บ่าย 3 สงสารป๊าจับใจ ป๊านั่งง่วง
ไม่มีแรงอยู่ตลอดวัน
ผลออกมาเบาใจว่าแค่ขาดโปตัสซี่ยม
คุณหมอให้ โปตัสเซี่ยมมาทาน
20 กันยา ขอ work at home อีกวัน
เพื่อดูแลป๊า
ดูแกสดชื่นขึ้นหลังได้ โปแตสเซี่ยม
แต่ตอนเย็นเราก็ลังเลว่าจะพาป๊าไปหาคุณหมอ
ที่ตรวจป๊าประจำดีมั๊ย เพราะวันนี่คุณหมอเข้า
ลังเลเพราะสงสารถ้าต้องไปรอนานๆอีก
แต่เราก็อยากให้คุรหมอที่รู้จักป๊าดีที่สุด
เป็นคนบอกเราว่าป๊าเป็นอะไรแน่
ในที่สุดเราก็พาไป แค่พาปา ขึ้น-ลงรถ
ก็สงสารแกจับใจ
ไปถึง ศิริราช ปรากฏว่าคุณหมอลา
ทำไมเรา สัปเพร่า ขนาดนี้
แต่เราก็คิดว่าไหนๆมาแล้วก็ให้คุณหมอเวรตรวจ
คุณพยาบาล ตกใจกับ ผลความดันที่ต่ำมาก
ทั้งๆที่ป๊าเป็นความดันสูง
จากนั้น ป๊า ถูก admit ท่อปัสสาวะถูกสอด
เพื่อระบายปัสสาวะออก
แต่ทั้งคืนก็แทบไม่มีปัสสาวะเลย
21 กันยา เราต้องไปทำงานเพราะวันนี้ต้อง
อัดเทปรายการนึง ไม่อยากไปแต่เลี่ยงไม่ได้
โทรถามพี่ชายที่เฝ้าป๊าอยู่
พี่บอกว่า ปัสสาวะ แทบไม่มีเลย
เมื่อคืนปาไม่นอนเลย
เพ้อตลอด พูดไม่รู้เรื่อง
พูดถึงญาติที่เสียไปแล้ว
พูดถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ในอดีต ไม่ประติดประต่อ
โทรไปบอกเพื่อนที่เป็นหมอ
“มันเงียบ”
เราถาม “ไม่ค่อยดีใช่มั๊ย”
มันตอบ “อืม”
ถึง office ใครถามถึงป๊า
น้ำตาไหลไม่หยุด
อัดรายการเสร็จตอน 6 โมง
ขอตัวกลับเลย ได้ข่าวดีเล็กๆ
ตอนขับรถไปหาป๊า
ป๊า ฉี่ ออกมาแล้วครึ่งลิตร
จากนั้นอาการป๊าก็ยังทรงๆอยู่อีกวันกว่าๆ
ถึงค่อยๆดีเป็นลำดับ
จนออกจาก ศิริราช ได้เมื่อ 26 กันยายน
พร้อมท่อปัสสาวะ
ในช่วงนั้น เราต้องอาบน้ำให้ป๊า
พาป๊าไปอึ ไปฉี่
อาบน้ำให้ป๊า เหมือนป๊าเป็นเด็กๆ
ต้องใส่เสื้อ กางเกงให้
มันเป็นคความรู้สึกผสมผสาน
รู้สึกดีที่ได้ตอบแทนท่าน
แต่สงสารจับใจ
ที่ป๊าต้องเป็นแบบนั้น
และวันที่ 29 ตุลาคม ป๊าเพิ่งจะได้เอาท่อปัสสาวะออก
วันเสาร์ขับรถพาป๊าไป พุทธมณฑล
ไหว้พระ ให้อาหารปลา
แต่ป๊ายังไม่กล้าเดิน โดยไม่มีเหล็กช่วยประคอง
แต่เราก็รู้สึกได้ว่า
ความรักทำให้ป๊าดีขึ้นเรื่อยๆ
หายเร็วๆนะครับ
จะอยากพาป๊าไปเที่ยวไกลๆอีก
รักป๊าครับ
