Miscellaneous

116. ‘How bad are bananas?’ ... How bad r u?

posted on 15 Jan 2012 21:23 by theeleventhline  in Miscellaneous

 

 

เขียน : Mike Berners - Lee

ราคาปก : 495 บาท

หน้า : 240

ISBN 978-1846688911

วันนี้คุณทิ้งรอยเท้าไว้ … ใหญ่ขนาดไหน?

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

1.) โครงการดีๆสนุกๆ “ห้องสมุดสุดปลายจมูก” http://www.facebook.com/LibraryAtYourNoseTip

2.) แวะอ่านความคิดของผม http://thelastquestion.exteen.com/20110820/entry

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

แค่ปกกับชื่อหนังสือ ก็คงทำให้ผมเสียตังส์ได้แทบจะทันที

แต่ที่ผมใช้ว่า “ก็คง”

เพราะ มันทำให้เธอเสียเงินก่อนผม

แต่ในที่สุด มันก็ตกเป็นของผม

 

คุณได้ยินคำว่า Global Warming มาจนเลี่ยน

แต่ … คุณรู้จัก มันดีแค่ไหน?

คุณรู้ คุณได้ยินมาว่า อุตสาหกรรมนี้ หรือ ประเทศโน้น

ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

คุณหลงลืมอะไรไปบางอย่าง (หรือป่าว)

แล้วตัวคุณหละ

ตัวคุณ ตัวผม นั่นแหละตัวดี

หนังสือเล่มนี้จะบอกว่า

พฤติกรรม กิน ขี้ (ตู้ด) นอน ในวันๆนึงของคุณ

คุณทิ้งสิ่งที่ทำให้โลกไข้ขึ้น

มากน้อยแค่ไหน

 

ผ่านการคำนวณเป็นค่าประมาณ ว่ากิจกรรมแต่ละประเภท

ทิ้งร่องรอยคาร์บอน หรือ รอยเท้าคาร์บอน (carbon footprint)

ไว้มากหรือน้อย

ไม่ต้องกังวลหากคุณไม่รู้ว่า carbon footprint คืออะไร

ง่ายๆ มันคือการคำนวณว่า

กิจกรรมแต่ละอย่างจากต้น สู่ปลายทาง

ก่อให้เกิด ก๊าซเรือนกระจกเท่าไหร่

นั่นหละ รอยเท้าคาร์บอน

 

การส่ง sms แต่ละครั้ง คุณทิ้งรอยเท้าคาร์บอนไว้ 0.014 g

กล้วย 1 ผล ทิ้งรอยเท้าคาร์บอนไว้ 80 g

รอยเท้า 2.5 kg สำหรับ ชีสเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น

ถ้าคุณใช้มือถือ 1 ชม ต่อวัน คุณทิ้งรอยเท้าไว้ 1250 kg/year

250-600 mio. tons คือสิ่งที่หลงเหลือจากสงครามอิรัก!!

 

หนังสือที่ไม่ต้องอ่านทุกหน้า

เพราะคุณแค่หากิจกรรมที่คุณอยากรู้จากสารบัญ

แล้วกระโดดเข้าไปเลย

หนังสือที่คุณไม่ต้องปีนบันได เพื่อทำความเข้าใจ

ว่า กูไปเกี่ยวอะไรกับโลกร้อน

หนังสือที่คุณไม่ต้องอ่านก็ได้

ใช้ชีวิตแบบเดิมๆต่อไป … เพราะฃีวิตแบบนั้น

อีกไม่กี่ปี … เราก็คงตายกันหมดโลกแล้ว

 

หนังสือที่อ่านแล้ว ….

อาจจะทำให้คุณเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง

หรือ อาจจะเปลี่ยนมุมมอง และ ตัวตนของคุณไปทั้งชีวิต

เหมือนคนที่ให้หนังสือเล่มนี้ผมมา

หนังสือที่อ่านแล้ว ….

อยากปลูกต้นไม้ฉิบเป๋ง

 

หมายเหตุ

1)      How bad are bananas? ถุกใช้เป็นหนังสือประกอบงานเขียน

ของผมและกลุ่มคนเล็กๆกลุ่มหนึ่ง หวังว่าใน 2-3 เดือนข้างหน้า

เราอาจจะได้เห็นมัน

2)      สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม อย่าลืมแวะหยิบ Free Magazine ดีๆ

เพื่อสิ่งแวดล้อมชื่อ “Green Living” ที่ผมเป็นหนึ่งในนักเขียน

คอลัมน์ “Green Effect” หยิบไม่ทัน ก็ไปติดตามได้ที่

http://www.facebook.com/greenlivingfreemagazine

 

 

- ทิ้งรอยเท้าสีเขียวๆของคุณบนดาวดวงที่ 11 บ้างนะครับ -

เขียน : Jack Canfield & Mark Victor Hansen

ราคาปก : - บาท

หน้า : 352

ISBN 1-55874-379-0

อ่านเบาๆเหมือนกินซุป อุ่นๆ สดชื่น ซุปที่ไม่ไหลลงกระเพาะ แต่ดูดซึมเข้าสู่เส้นเลือดและเข้าหัวใจ


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

1.) โครงการดีๆสนุกๆ “ห้องสมุดสุดปลายจมูก” http://www.facebook.com/LibraryAtYourNoseTip

2.) แวะอ่านความคิดของผม http://thelastquestion.exteen.com/20110820/entry

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

เว้นการ update blog นานที่สุด ตั้งแต่เริ่มเขียน blog มา

เพราะหนักหนา ทั้งงานหลัก งานเขียน งานเรียน งานแต่ง (แต่งงานและแต่งบ้าน)

ทั้งหมดยังไม่ได้ผ่านไป

แต่ผมก็คงไม่สามารถปล่อย blog ให้ว่าง ต่อไปอีก 1 สัปดาห์ได้แล้ว

 

หลายปีก่อน Series “Chicken Soup for the Soul” ขายดีมาก

เป็น #1 New York Times Best Seller

จึงทะลักออกมา หลายสิบเล่ม

เป็น Chicken Soup for the Soul เฉพาะเจาะจง สำหรับคนในแต่ละวัย อาชีพ

แต่เล่มที่ผมชอบคือ “A 3rd Serving of Chicken Soup for the Soul”

ผมได้เล่มนี้มา สมัยทำงานใหม่ๆ

เพราะเพื่อนสนิทบินไปสิงคโปร์และซื้อมาฝาก

ผมจำได้ว่าอ่านด้วยความสุขมาก

ทั้งๆที่อังกฤษสมัยนั้นไม่ได้แข็งแรงมากนัก

เป็นหนังสือที่อ่านง่าย ไม่หนักหัว “เหมือนกินซุป”

และอย่างที่ว่าไป ซุปที่ดูดซึมเข้าเส้นเลือดและหัวใจเลย

 

เนื้อเรื่อง เป็นเรื่องราวดีๆ สั้นๆที่ทางบ้านส่งมาให้

(ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริงทั้งหมด)

ในหนังสือแบ่งเรื่องออกเป็น ส่วนๆ เป็น

On Love, On Parenting, On Teaching and Learning, On Death and Dying,

A Matter of Perspective, A Matter of Attitude, Overcoming Obstacles and

Eclectic Wisdom

ซึ่งเล่มหลังๆ แต่ละส่วน ก็ถูกจัดเป็น 1 เล่มเลย

และหลายๆเรื่องราวที่เราเจอจาก forward email ก็มีที่มาจากหนังสือเล่มนี้

 

Chicken Soup for the Soul เล่มนี้เหมะสำหรับ

- คนที่ฝึกอ่านอังกฤษ แต่ไม่รู้จะหากนังสืออะไรอ่านดี

- คนที่ต้องการกำลังใจ จากเรื่องราวดีๆ

 

มาถึงตรงนี้ผมต้องสารภาพเลยว่า

ผมไม่แน่ใจว่าจะชวนคุณอ่านเล่มนี้ดีมั้ย

เพราะหนังสือบางเล่มมันก็เหมาะกับบางช่วงเวลา ของชีวิต

เท่านั้น

ในตอนที่ได้รับหนังสือเล่มนี้

ผมเพิ่งจบมาไม่นาน กำลังถีบตัวเอง ทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน และ เรื่องรัก

หลังจากนั้นหลายปี

ผมไปเดินร้านหนังสือที่ กัลกัตตา ใน อินเดีย

ผมไปเจอ Chicken Soup อีกเล่มหนึ่ง ลดราคาอยู่

ทริปนั้น ผมซื้อหนังสือกลับมา 10 กว่าเล่ม

และ Chicken Soup เป็นหนึ่งเล่ม ที่ผมอ่านไม่จบ

ในบางช่วงเวลา เราก็อยากได้ main dish เลย

มื้อเย็นสำหรับคุณวันนี้

คุณจะเริ่มด้วย ซุปร้อนๆสักถ้วยก่อนมั้ย

ใครจะรู้ดีไปกว่าคุณ

 

- ทิ้งเมนูเด็ดของคุณบนดาวดวงที่ 11 บ้างนะครับ -

 

  

 

เขียน : วาสนา นาน่วม

ราคาปก (ที่ผมมี) 250 บาท  

หน้า : 471

ISBN 974-322-666-4

สนพ มติชน

 

ไม่มีมิตรแท้ และ ศัตรูถาวร วลีที่น่าสำรอก  

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ชวนแวะไปกด “LIKE”  - - - - > โครงการดีๆสนุกๆ “ห้องสมุดสุดปลายจมูก”

http://www.facebook.com/LibraryAtYourNoseTip

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

ผมไม่เข้าใจว่าทำไมสังคมไทย เหมือนจะรู้สึกธรรมดากับประโยคโปรยข้างต้น

ผมว่ามันน่าสำรอกเหลือเกิน “ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร”

ใช่หรือที่เรา ปลงใจให้กับคนที่คิดแบบนี้

ในความหมายจริง คงจะหมายถึง

ถ้ามีอุดมการณ์ตรงกัน แม้เป็นศัตรู ก็ร่วมกันทำงาน

หากอุดมการณ์ตรงข้ามกัน แม้เป็นมิตร ก็อาจจะต้องต่อสู้

แต่ในบริบทไทย หมายถึง ข้าจะผสมพันธุ์อย่างไรก็ได้

หากบุตรของมัน จะออกมาชื่อ "รัฐบาล"

 

ตั้งใจจะเล่าถึงเล่มนี้เมื่ออาทิตย์ก่อน

เพราะ เข้ากับบรรยากาศการเมือง

แต่เกรงจะถูกผลักไปด้านใดด้านหนึ่ง ก็เลยยกมาสัปดาห์นี้

 

คนที่อายุต่ำกว่า 20 คงจะไม่คุ้นเคยกับชื่อ

"สุจินดา คราประยูร" และ "รสช" เท่าไหร่

รสช เคยถูกเชื่อว่า จะเป็น คณะรัฐประหารคณะสุดท้ายในประเทศไทย

เพราะหลังจากตอนนั้นเราเชื่อว่า เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด

ในประวัติศาสตร์การปกครองไทย

แต่อุบัติการณ์บางอย่างที่เราได้เห็น ได้ผ่านมาร่วมกัน

เราจึงได้รู้จัก "คมช"

อย่างไรก็ดี ชื่อ สุจินดา ยังคงเป็นนายกรัฐมนตรี

คนล่าสุด และ หวังว่า เป็นคนสุดท้ายที่มาจากการรัฐประหาร

 

ตอนที่เกิด พฤษภาทมิฬ

ผมเพิ่งจบปี 1 วิศวลาดกระบัง

จำได้ว่าเหตุการณ์นั้น ทำให้ผมได้เลื่อนสอบ Summer

แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะเมื่อกลับมา

Summer นั้น เกรด 2 ตัว ผมออกมาน่าขำทีเดียว C และ C+

ใครเขาลง Summer เพื่อได้เกรด เช่นนี้บ้าง

แต่ Summer นั้นถ้าให้สอบว่ายน้ำและดูภาพยนตร์ ผมได้ไม่ต่ำกว่า b+ แน่นอน

จำได้ว่าในวันหนึ่งแม่บอกผมว่าคนตายไปหลายสิบ

ด้วยความอ่อนด้อย ไร้เดียงสา

ผมเถียงแม่ไปว่า ข่าวบอกแค่ 4 คน ทำไมแม่ไปเชื่อพวกข่าวลือ

ผ่านเหตุการณ์นั้น ผมก็ได้เรียนรู้ว่าแม่ถูก

และบางอย่างมันสอนจากกประสบการณ์ของแม่ที่ผ่าน 2516 และ 2519

เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ผมสนใจการเมือง

เพราะถ้าคุณไม่สนใจ คุณจะถูกสารพัด ความตอแหล ลากถูไปมา

ผมไม่เคยคิดว่าสีใดโง่ สีใดฉลาด

จะโง่ก็คงเป็นใครก็ตาม สีไหนก็เถอะ ที่เลือกโดยไม่ยอมรับความจริงของสีนั้นๆ

 

สุจินดา คงเป็นนายกที่มีเสน่ห์มากทีเดียว

ทั้งบุคลิก หน้าตา และการพูดจา

ถ้าหากเขาไม่ได้มาจาก รัฐประหาร และ ได้หลุดกล่าวประโยคหนึ่งในประวัตฺศาสตร์

แห่งความเจ็บปวดทางการเมืองและเกียรติยศส่วนตัว

“เสียสัตย์เพื่อชาติ”

คู่ต่อสู้ ตัวเอ้ ตอนนั้น คือ จปร 7 (จำลอง พัลลภ มนูญกฤษ ประจักร)

คู่แค้นตลอดการของ จปร 5 (สุจินดา อิสสรพงษ์ เกษตร)

ผมไม่ได้บอกว่าในหนังสือ เป็นเรื่องจริงทั้งหมด

แต่การได้อ่าน บทบาทของ เหล่านายทหาร การเมือง ตามชื่อที่กล่าวมา

รวมไปถึง ชื่ออย่าง ชาติชาย ชวลิต  สุนทร 

คุณอาจจะ พอเลือกกาหัว ได้ว่าใคร ตัวตนเป็นเช่นไร

และเห็นสายสัมพันธ์ ที่ทอดมาถึงภาพปัจจุบัน

หรือตีความสายสัมพันธ์ กมลสันดาล คนเหล่านี้ได้บางส่วน

หนังสือเล่มนี้เป็นวิทยานิพนธ์ของ วาสนา นาน่วม

นักข่าวสายการเมือง การทหาร มือเด็ด ที่มีหนังสือดังหลายเล่ม

แต่เล่มนี้ คือ เล่มแรกที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

 

อ่านเถอะครับ จะได้ไม่ต้องมาตีความ

ว่า คนกรุง คนบ้านนอก

ใครโง่ ใครฉลาด

แต่อย่าให้นักการเมืองชั่วๆ

เห็นว่าเราโง่กว่ามัน ก็พอ

 

- ผมอ่านทุกร่องรอยที่คุณทิ้งไว้ ด้วยความสุขใจยิ่ง-