Knowledge-Documentary

    

 

เขียน : ภูมิชาย บุญสินสุข

ราคาปก : 205 บาท (พิมพ์ครั้งแรก ตุลา 51)

หน้า : 280

ISBN 978-974-328-608-7

A book

 

คอลัมน์ที่ถูกผมเปิดข้ามมานานนับปี แต่มาปล่อยหมัดน็อคผมใน twitter


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

1.) โครงการดีๆสนุกๆ “ห้องสมุดสุดปลายจมูก” http://www.facebook.com/LibraryAtYourNoseTip

2.) แวะอ่านความคิดของผม http://thelastquestion.exteen.com/20110820/entry

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

หา!!! คุณไม่รู้จักชื่อ ภูมิชาย บุญสินสุข

อะไรนะ!!! คุณไม่รู้จัก ‘ศัพท์หมู’

ถ้าคุณเป็นเช่นนั้น ไม่แปลกหรอกครับ ไม่ต้องตกใจ

ผมเองก็เปิดผ่าน คอลัมน์นี้ใน อะเด มานานนับปี

จนมาเจอคนที่ RT @ bickboon ใน ทวิตเตอร์

จึงได้เจอกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษในแบบ

ศัพท์ธรรมดา ในมุมมองที่ไม่ธรรมดา

หรือ เรื่องธรรมดา กับ ศัพท์แสง รวมไปถึงแสลงที่ไม่ธรรมดา

เท่านั้นเอง ผมก็ตาม follow เขาทันที

และก็ไปควักหนังสือเล่มนี้ ในกองหนังสือใต้โต๊ะ ออกมาอ่าน

สารภาพเลยว่ามีหนังสือน้อยเล่มมาก

ที่เพื่อนให้มา แล้วผมจะดองไว้นานขนาดนี้

ปกในเขียน ย้ำให้รู้ว่า ได้รับมาเมื่อนานโข

 

‘PM

อาจจะเด็กไปสำหรับ Jirat ซึ่งเป็นคนดี

But enjoy na

Merry X’Mas

Happy New Year’09

EP

29 Dec 08’

 

คุณว่ามันจะมีสักกี่คนกันเชียว

ที่เขียนหนังสือแนะนำการใช้ภาษาอังกฤษ

แล้วเขียนให้คนอ่าน อ่านแล้วสนุก

เอาสิ ผมพนันเลย ถ้าคุณไม่หา Google

คุณนับได้ไม่เกินนิ้วในมือข้างเดียว

(เว้นเสียแต่คุณมีนิ้วไม่ครบ 5)

 

เอาเป็นว่า ถ้าคุณได้ลอง ‘ศัพท์หมู’

วันรุ่งขึ้นคุณจะวิ่งไปหาคุณครูสอนอังกฤษ

ไม่ได้ไปขอบคุณ แต่ไปบอกว่า

“ครูครับครูครับ สอนอังกฤษให้สนุกก็ไม่มีใครว่าหรอกครับ”

หรือจะให้ดี รวมเงิน ซื้อให้คุณครูไว้อ่านสักเล่ม

แต่ระวัง นอกจากครูไม่ดีใจ ครูจะให้ 'ดี' มาแทน

 

จิรัฏฐ์ บอก คุณอาจจะไม่เชื่อ แต่

ทรงกลด บอกว่า ศัพท์หมูเป็นหนังสือสอนภาษาอังกฤษแสนสนุกและน่าสนใจมาก

วงศ์ทนง บอกว่า บิ๊ก เป็นคนเขียนหนังสือโคตรสนุก

ไม่เชื่อผม ก็เห็นแก่หน้า 2 คนเมื่อกี้แล้วกัน

 

-> สมมติไปเจอฝรั่งกำลังมีพฤติกรรมที่แสนสุภาพบุรุษ

คุณอยากเอ่ยชมจึงพูดออกมาว่า

“โอว ยู อาร์ โซ แมน”

ฝรั่งอาจเหวอว่าอยู่ดีๆมาระบุเพศกันทำไม

อยู่มาตั้งนานแกเพิ่งดูออกเหรอว่าฉันเป็นตัวผู้

คำที่คุณต้องใช้จริงๆคือ manly อ่านว่า แมน-ลี่ ครับ

หน้าตาเหมือน adverb เปี๊ยบเลยทีเดียวใช่ไหม

ครูสอนไว้ว่า มีไอ้ลี่ๆลงท้าย เขาเอาไว้ขยายคำกริยา

ไม่เสมอไปครับ มีแอดเจ้กทีฟหลายคำ

ที่หน้าตาคล้ายแอดเวิร์บอย่างนี้ รวมถึง แมน-ลี่ นี่ด้วย <-

 

นั่นหละครับ สำนวน bickboon เขา

เขียนแบบนี้ อ่านทีเดียว

จำกันจน สมภารสึก กันเลยทีเดียว (ผมเดาว่านานกว่า จำจนลูกบวช นะ)

อ่านหนังสือ สอนอังกฤษแบบนี้แล้วยัง ไม่ชอบ ไม่สนุก

ผมแนะนำให้บินไปเรียน ภาษาอิหร่านแทนครับ

อาห์มาดิเนจาด ดีใจแย่

(จบแปลกๆ อย่าแปลกใจ)

 

- อ่านศัพท์หมู แล้วแวะไปสับหมูบนดาวดวงที่ 11 -

 

 

เขียน ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา

ราคา 180 บาท

พิมพ์ครั้งแรก ตค. 2552

สนพ. OPENBOOKS

ISBN 9748233819 

 

อะปิ เจ ปัตตะมาทายะ แม้ถือบาตรเที่ยวขอทาน

อะนาคารัง ปะริพพะเช ปราศจากเหย้าเรือน เที่ยวท่องไปโดยทั่ว

อัญญัง อหิงสะยัง หากไม่เบียดเบียนผู้ใดในโลก

อะปิ รัชเชนะ ตัง วะรัง ข้อนี้ประเสริฐกว่าการครองเมือง

(จากทศพิธราชธรรม โดย พุทธทาสภิกขุ)

 

คำโปรยข้างบนอยู่ในหน้าแรกของหนังสือก่อนเข้าสู่เนื้อหาด้านใน

 

ผมขอเอาหนังสือของนักเขียนนักคิดคนโปรด

มาเล่าอีกรอบ

ใช่ว่าจะไม่มีหนังสืออื่นมาเล่าให้ฟัง

แต่การที่หนังสือ ภิญโญ ไตร ไม่เคยขึ้น HOT

ผมถือเป็น บาป ของผม 

บาปที่อาจจะติดเป็นกรรมติดตัวไป

ผมอ่านงานภิญโญ มาตั้งแต่ยังไม่ดังเท่านี้

และชอบมาก ขนาดเคยคิดจะเขียน กลอนให้่

มันเริ่มว่า

"นับแต่ ประภาส ชลฯ ก็คนนี้"

และมันก็ได้แค่เริ่ม

 

กรรมสุตรา เป็นหนังสือที่รวบรวมจากคอลัมน์ Global Gramma

ที่เคยตีพิพม์ในนิตยสาร Image

กลิ่นงานของภิญโญ ไตร คือ

กลิ่น ประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ การเมือง

แนวสารคดี ที่หยอดจุด "อื้มมมม" เป็นระยะ

 

แต่วิธีเล่าเรื่องของเล่มนี้ไม่เหมือนที่ผ่านมา

เพราะเล่มนี้เนื้อเรื่องจะไม่ใช่เเนวสารคดี

แต่มาในแบบเรื่องสั้น

ที่สอดแทรกตามช่วงเวลาของประวัติศาสตร์

โดยยังสะท้อน การเมือง สังคม ตามที่หน้าปกโปรยว่า

'เซ็กซ์ อำนาจ สงคราม อาชญากรรม และความรัก'

เนื้อเรื่องมีความสมจริง จนบางครั้งไม่เเน่ใจว่า

ตัวละครในเรื่องเป็นตัวตนจริงๆของใครบางคนหรือไม่

เเละ ผู้เขียนก็ได้รับจดหมายสอบถามเรื่อยๆว่า

"ตัวละครมีตัวตนจริงใช่หรือไม่"

เเต่คุณภิญโญ ไม่เคยเฉลยคำถามดังกล่าว

เรื่องบางเรื่อง มีเสน่ห์ ชวนหลงไหล

เพราะความจริง ไม่เคยถูกเฉลย

 

เนื้อหาหนักเอาการ

แต่อ่านสนุก วางไม่ลงง่ายๆ

แม้แต่ละตอนจะจบในตัว แต่ในตอนถัดไปคุณอาจจะงงว่า

อ้าวตัวละครตอนที่เเล้วมาโผล่ในนี้ได้อย่างกลมกลืน

เป็นหนังสืออีกเล่มที่อ่านเเล้วรู้สึกเต็มอิ่มดีจังครับ

 

ถ้าคุณชอบอ่านเรื่องสั้น แนวลึกลับ อาชญากรรม สืบสวน

ลองงานอิง True Stories แบบ ภิญโญ ดูสิครับ

คุณไม่ลอง

ผมก็ไม่เสียหายอะไร

เล่มนี้ไม่ได้ขึ้น Hot ผมก็ไม่เสียดายหรอกครับ

ผมจั่วหัว เพลินๆไปอย่างนั้น

ผมบอกเสมอว่า

ผมเล่าความรู้สึกได้ แต่บังคับให้ใครอ่านไม่ได้

ขอให้สนุกสนานครับ

 

- ทิ้งร่องรอย The Eleventh Sin - บาปที่เกิดจากการอ่าน ไว้บ้างนะครับ -

 

เขียน : เสรี พงศ์พิศ

ราคาปก : 180 บาท (พิมพ์ครั้งที่ 1 : ธันวาคม 2547)

หน้า : 238

ISBN 974-92686-0-1 

สำนักพิมพ์ บ้านพระอาทิตย์

ผมชอบอ่านบทวิจารณ์ภาพยนตร์หลังจากได้ดูไปแล้วมากกว่า เพื่อหามุมที่ตกหล่น  

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ 

1.) โครงการดีๆสนุกๆ ห้องสมุดสุดปลายจมูกhttp://www.facebook.com/LibraryAtYourNoseTip

2.) แวะอ่านความคิดของผม http://thelastquestion.exteen.com/20110820/entry

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

ผมเชื่อว่าหนังดีคือ หนังที่ผมดูแล้วสนุก

ไม่ใช่หนังที่ใครบอกว่าดี

ผมจึงไม่ค่อยอ่านบทวิจารณ์ภาพยนตร์ของใครเท่าไหร่

โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักวิจารณ์ที่ชอบชี้ว่า เรื่องนั้นดี เรื่องนั้นห่วย

หนังสือของอาจารย์เสรี พงศ์พิศ

ไม่ใช่หนังสือวิจารณ์ ภาพยนตร์

แต่เป็นหนังสือ ที่ให้ความรู้เพิ่มเติม จากภาพยนตร์ที่เราดู

จึงเป็นหนึ่งในข้อยกเว้นของผม

เหมือนอย่างเล่มที่ผมเคยเอามาเล่าให้ฟัง เล่มหนึ่งก่อนหน้านี้

เอนทรีที่ชื่อ -กับเสรี พงศ์พิศ กับการ สอนลูกให้คิดเป็น”-

http://theeleventhline.exteen.com/20110121/entry

 

และก็เพราะไอ้เจ้า เอนทรีสอนลูกให้คิดเป็นนั่นแหละครับ

ที่ทำให้อาจารย์ เสรี พงศ์พิศ มาสะดุดตาเข้า

แล้วก็เมตตาส่งหนังสือมาให้ผมอ่านฟรีหลายเล่มทีเดียว

(เป็นความตื่นเต้นอย่างแรงสำหรับคนเขียน blog เล็กๆ อย่างผม)

จริงๆอาจารย์ท่านปรารถนาดี อยากให้อ่านหนังสือเกี่ยวกับอาหาร โภชนาการ


แต่ด้วยความที่มันไม่ตรงจริตผม

ผมก็เลยขอเป็นเด็กดื้อขออ่านเล่มนี้แทนก่อน

ซึ่งก็ไม่ผิดหวังครับ

หนัง 36 เรื่องในหนังสือ เป็นหนังระดับสุดยอด

ผมเองได้ผ่านตามาแค่ 20 เรื่อง

หนังอย่าง Forest Gump, A Beautiful Mind, The Godfather,

Cinema Paradiso, Dead man Walking, Gandhi, และอื่นๆ

ยังไงก็ต้องหาเวลาดูครับ

พอดูแล้วมาอ่านเล่มนี้จะมีคำสอน ความรู้เพิ่มเติมจากในหนัง

ทำให้อยากกลับไปดูซ้ำ อีกที

แต่ละเรื่อง จะถูกจับไปเปรียบเทียบกับ

คำสอนปราชญ์ อย่าง Blaise Pascal, Rene Descartes เป็นต้น

เทียบกับประวัติศาสตร์ การเมือง วัฒนธรรม และ ความเชื่อ

ทำให้ หนังเรื่องหนึ่ง ให้อะไรมากกว่าความสนุก 2 ชั่วโมง

สำหรับคนชอบดูหนัง อ่านแล้วจะสนุกกับหนังมากขึ้น

สำหรับคนที่ไม่ได้ชอบดูหนัง อาจจะทำให้คุณไปเลือกหนังมาดู

ผมลองยกตัวอย่างสัก 1-2 ตอนจากในหนังสือนะครับ

 

เช่นในเรื่อง Dances with Wolves

- ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ที่รัฐบาลสหรัฐยื่นความจำนงซื้อที่ดินจากคนพื้นเมืองอเมริกัน

เพื่อใช้เป็นที่ตั้งรกรากของคนผิวขาว Chief Seattle ได้ทำหนังสือตอบ ปธน

ด้วยภูมิปัญญาที่สั่งสอนสังคมบริโภคว่า

คุณจะซื้อฟ้าซื้อดิน ได้อย่างไร เป็นความคิดที่แปลกสำหรับเรา

ถ้าคุณไม่ใช่เจ้าของความสดชื่นของอากาศและประกายสีทองของน้ำ

คุณจะซื้อขายอย่างไร ทุกส่วนของพื้นดินเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับประชาชน

คุณจะสอนลูกหลานเหมือนที่เราสอนลูกหลานเราหรือไม่

ว่าธรณีคือแม่ อะไรที่เกิดกับแม่ย่อมเกิดกับลูกของแม่ด้วย

เรารู้ว่าธรณีไม่ใช่ของคน แต่คนเป็นของธรณี

เรารู้อย่างหนึ่งว่า มีพระเจ้าแต่องค์เดียว ไม่มีใครจะอยู่แยกกันได้

เพราะเราต่างเป็นพี่น้องกัน

 

เรื่อง Life is Beautiful

ว่ากันว่าชาวยิวส่วนใหญ่ ไม่ได้ตายเพราะถูกรมควันพิษ แต่ตายเพราะความสิ้นหวัง

นั่นคือที่มาของทฤษฎีจิตเวชศาสตร์ Logotherapy ของ Victor Frankl

ที่รอดตายจากค่ายกักกันเพราะเขามีความหวังเสมอที่จะออกมาพบหน้าลูกเมีย

เมื่ออพยพไปอเมริกา ได้วิจัยพบว่า คนฆ่าตัวตายในอเมริกาส่วนใหญ่

ไม่ได้ทำเพราะอดอยากยากแค้น แต่เพราะเห็นชีวิตไม่มีความหมาย

ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมมมากกว่า

การมีชีวิตอยู่อย่างมีเป้าหมาย ทำให้คนอดทนและทำได้ทุกอย่าง

 

อ่านหนังสือของอาจารย์เสรี นอกจากต้องไปหยิบหนังมาดูเพิ่ม

ยังกระตุ้นให้อยากไปหาความรู้เพิ่มเติมได้ดีทีเดียวครับ

ก็เล่มนี้ มันไม่ใช่หนังสือวิจารณ์ภาพยนตร์ มันเป็นหนังสือ

อาจารย์ที่ให้ความรู้ศิษย์ผ่านภาพยนตร์ชัดๆ

 

- ทิ้งหนังสุดโปรดคุณไว้บนดาวดวงที่ 11 ได้นะครับ -