ClassicBook

  

แปล : ฤทัยวรรณ เกษสกุล

ราคาปก : 150 บาท ต่อเรื่อง ต่อเล่ม

Nation Books

บอกได้เพียงว่า ขอบคุณ หนังสือชุดนี้

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

1.) โครงการดีๆสนุกๆ “ห้องสมุดสุดปลายจมูก” http://www.facebook.com/LibraryAtYourNoseTip

2.) แวะอ่านความคิดของผม http://thelastquestion.exteen.com/20110820/entry

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

ผมคิดไว้ว่า ผมจะได้นั่ง เขียนเอนทรีนี้ แบบสบายๆ

รอดูแมนซิตี้ บดขยี้ ทหารเสือราชินี

ถ้าคุณได้ดู นัดที่ คลาสสิกที่สุดนัดนึงในประวัติศาสตร์

ของการชิงแชมป์พรีเมียร์ลีก

สำหรับผม

นับจากนัดที่ หงส์โดนปืน จี้เอาแชมป์ไปจาก แอนด์ฟิลด์

นั่นเป็นครั้งแรกที่น้ำตาผมไหลออกมา โดยไม่รู้ตัว

เป็นครั้งแรกที่ฟุตบอล ที่ผมรักทำให้ผมเจ็บปวด

http://www.youtube.com/watch?v=4jiBIdtUKhs

 

ผมไปเจอหนังสือการ์ตูนชุดนี้ที่ร้านหนังสือแห่งหนึ่ง

ทั้งชุดมี 3 เรื่อง ที่แปลโดยคุณ ฤทัยวรรณ เกษสกุล

ครั้งแรกผมหยิบมาเรื่องเดียว เล่มเดียว

เพราะมันคือหนังสือที่ได้ยินชื่อมาจนเบื่อ

และแม้จะคิดอยากอ่าน

แต่ก็รู้ว่าคงไม่ได้หยิบหามาอ่าน ในอนาคตอันใกล้แน่

หรือ อาจจะไม่มีโอกาสได้อ่านเลยในชีวิตนี้

แต่แล้วผมก็ได้รู้จัก

Les Miserables

มากกว่าชื่อผู้แต่ง (วิกตอร์ อูโก – Victor Hugo)

ได้เรียนรู้เนื้อหาแบบใช้เวลานิดเดียว

ขอบคุณ สนพ The Nation ที่ทำหนังสือชุดนี้ออกมา

 

อีก 2 เล่ม ผมก็ไปเก็บมาจากงานหนังสือที่เพิ่งผ่านไป คือ

Das Kapital งานของ Karl Marx (คาร์ล มาร์กซ์)

คิดหรือว่า ถ้าไม่มีฉบับการ์ตูน ฉบับนี้

มีหรือที่อยู่ดีๆจะไปหยิบหามาอ่าน

แม้จะอยากรู้เรื่องราวก็เถอะ

เรื่องราวของหนังสือที่ไม่ใช่เขย่าเพียงวงการวรรณกรรม

แต่เขย่าการเมืองการปกครองของโลกทีเดียว

เพราะ คาร์ล มาร์กซ์ คือ นักปฏิวัติที่ต่อต้านสังคมระบบทุนนิยม

และคงไม่เกินไปที่จะบอกว่า

นี่คือ ไบเบิ้ล แห่งระบบสังคมนิยม และ คอมมิวนิสต์

 

ส่วนเล่ม สุดท้าย คือ

Don Quixote งานของ Miguel De Cervantes (มิเกล เด เซร์บันเตส)

แม้ผมจะเคยอ่านฉบับจริงมาแล้ว

และเขียนถึงไว้ที่

http://theeleventhline.exteen.com/20110612/entry

แต่ก็ควรค่ากับการเก็บไว้อ่าน เมื่อยามระลึกถึง

เพราะเล่มจริงใหญ่และหนาปึ้ก

 

อีกหนึ่ง ลูกเล่นเล็กๆคือ

หนังสือถูกทำให้เปิดจากหลังมาหน้า 

เหมือนอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น 

ก็ให้อารมณ์ ต่างไปอีกแบบ

 

ถ้าคุณเอง เป็นเหมือนผม

ที่อยากเรียนรู้วรรณกรรมคลากสิก

3 เล่มนี้น่าจะเป็น ทางลัดอย่างดี

และเป็นทางลัดที่ อาจจะทำให้คุณอยากเลือกเดินทางขากลับ

ผ่านเส้นทางเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง ก็ได้

 

การได้เรียนรู้ กับทุกสิ่งที่โลกปะหัวไว้ว่า ‘คลาสสิก’

นั่นน่าจะรับประกันคำว่าผิดหวังได้

นัดการชิงแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2011-2012

ก็ถูกจารึกว่า คลาสสิก ไปแล้ว

ถ้าคุณเป็นแฟน แมนยู คุณคงเศร้า

แต่แฟน แมน ซิ คงจบแบบสุขใจ

แต่ตลอด 90 กว่านาทีนั้น

มันเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก

เหมือนกันทั้ง 2 ฝ่าย

ไม่ใช่หรือ

การลิ้มรสวรรณกรรมคลาสสิก

ก็คงไม่ต่างกัน

เพราะแม้ท้ายที่สุดคุณจะไม่เห็นด้วยกับผม

แต่ตลอดทางของการลิ้มรสมัน

คุณก็ได้เรียนรู้

อารมณ์ ความรู้สึก ของมนุษยชาติ ในยุคหนึ่ง สมัยหนึ่ง

ไม่ใช่หรือ

 

 

 - ทิ้งร่องรอยไว้ที่ classic ของคุณไว้ด้วยนะครับ -

 

   

เขียน : Paolo Coelho

วาด : French artist Moebius

ราคาปก : 7xx (Asia Book)

หน้า : 208

ISBN-13: 978-0062024329 

SeaLion Book / HarperOne (November 23, 2010)

 

ถ้าคุณกำลังฝัน The Alchemist จะทำให้ฝันคุณสวยขึ้น


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

1.) โครงการดีๆสนุกๆ “ห้องสมุดสุดปลายจมูก” http://www.facebook.com/LibraryAtYourNoseTip

2.) แวะอ่านความคิดของผม http://thelastquestion.exteen.com/20110820/entry

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

ทุกๆคนมี personal legend

นั่นคือ สิ่งที่เป็นแก่นใน The Alchemist

แต่ไม่ใช่ทุกคน ที่พยายามมุ่งไปสู่จุดนั้น

ไม่ใช่เพียงเพราะอุปสรรคที่ขัดขวาง

แต่

บางครั้ง ความมั่นคง

บางทีก็ ความรัก

ที่ดึงให้คนเราหยุด

และก็

หลงลืม personal legend ของตัวเองไป

 

ผมเคยเขียน ถึง The Alchemist มาแล้ว

ในรูปแบบหนังสือที่ entry นี้

http://theeleventhline.exteen.com/20100418/31-the-alchemist-paulo-coelho

ตอนนั้นผมพาดหัวไว้ว่า

ถ้าคุณกำลังฝัน The Alchemist จะทำให้ฝันคุณสวยขึ้น

ถ้าคุณกำลังจะล้มเลิกฝัน The Alchemist จะทำให้ฝันคุณอบอุ่นอีกครั้ง

ถ้าคุณเลิกฝันไปนานแล้ว ลอง อ่าน The Alchemist เพื่อกลับไปเห็นตัวคุณในวันวาน

 

สำหรับเล่มการ์ตูน

อาจจะขาด ความละมุนละไม ไปบ้าง

แต่ก็ได้ความฉับไว และ เข้าถึงคนได้กว้างขึ้น

แต่ถ้าใครชอบฉบับหนังสือของ Paolo Coelho

ก็อย่าพลาดเก็บฉบับการ์ตูนของ The Alchemist เลยครับ

เพราะ Paolo Coelho คือ นักเขียนบราซิล คนที่ 2 

ต่อจากผู้เขียน My Sweet Orange Tree ที่ผมเคยอ่าน

แต่ทั้ง 2 ก็ทำให้เราสงสัยว่า ที่บราซิล

มีอะไร จึงสร้างนักเขียนระดับนี้ได้ถึง 2 คน

 

 

อะไร คือ personal legend

ลูกบอกกับพ่อว่า “ฝันของเขา คือ เขาอยากเดินทาง”

พ่อสอนลูกว่า “คนจากที่อื่นเขาอยากเดินทางมาที่แผ่นดินเรา

และเมื่อเขาได้เห็นเขาก็พูดกันว่า เขาอยากอยู่ที่นี่ไปตลอดกาล”

ลูกตอบพ่อว่า “ถ้าอย่างนั้นผมก็อยากไปเห็นที่ ที่พวกเขาเดินทางจากมาว่าเป็นเช่นไร”

พ่อสอนลูกว่า “คนที่เดินทางมาที่นี่คือคนร่ำรวย ที่พร้อมจะจ่ายในการท่องเที่ยว

และในหมู่พวกเราเอง คนที่เดินทางก็คือ พวกเด็กเลี้ยงแกะ ต้อนฝูงแกะเท่านั้น”

ถ้าเช่นนั้น “ผมจะไปเป็นเด็กต้อนฝูงแกะ”

นั่นหละครับ การไปสู่ personal legend ของ Santiago

ที่ความรัก

และความมั่นคง

อาจจะถูกวางไว้ ที่ภายหลัง

 

ตอนผมทำงานใหม่ๆ

และเริ่มมีเงินในการจับจ่ายหนังสือตามหัวใจ

ผมคิดว่าผมจะไล่อ่านหนังสือ classic ให้หมด

แต่นั่นเพราะความไร้เดียงสา จึงไม่รู้ว่า

โลกนี้มีหนังสือ classic

มากเกินกว่าเราจะอ่านไหว … ในชั่วชีวิตหนึ่ง

ดังนั้น เราโชคดีแค่ไหน

ที่เหล่าหนังสือ classic ได้แปลงมาเป็นการ์ตูนกันมากมาย

 

ตอนนี้เป็นช่วงงานหนังสือ

ถ้าคุณอยากหัดอ่านงาน classic

แบบไม่อยากเหนื่อยยากเกินไป

ลองไป บู้ท The Nation (ผมไม่ได้ค่าโฆษณาใดๆนะคร้าบ)

หยิบจับ หยิบหา

วรรณกรรมคลาสสิกฉบับการ์ตูนมาอ่านดู

แล้วจะรู้ว่า

Les Miserables ของ Victor Hugo

Don Quixote ของ Miguel De Cervantes

หรือ งานเขย่าโลก อย่าง

Das Kapital ของ Karl Marx

เป็นอย่างไร

 

เอ้า ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน

พอแตกใบอ่อน เป็นมะลิลา

ตา ละ ลา ซะงั้น

 

- ทิ้งเรื่องเล่า personal legend ของคุณ บนดาวดวงที่ 11 -

 

   

เขียน : โจเซ่ วาสคอนเซลอส

แปล : สมบัติ เครือทอง

ราคาปก : 98 บาท (ครั้งที่ 4 เมษายน 2541)

ISBN  974-230-688-5

สำนักพิมพ์ ประพันธ์สาส์น

 

ใครคนนึงเคยบอกกับผมว่า “ใครเอาหนังสือแบบนี้มาเป็นหนังสืออ่านนอกเวลา มันโหดร้ายเกินไปสำหรับเด็ก” แต่ เซเซ่บอกว่า “เพียงแค่เลิกรักเขา แล้ววันนึงเขาก็จะตาย”


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

1.) โครงการดีๆสนุกๆ “ห้องสมุดสุดปลายจมูก” http://www.facebook.com/LibraryAtYourNoseTip

2.) แวะอ่านความคิดของผม http://thelastquestion.exteen.com/20110820/entry

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

 สมัยผมเด็กๆ ผมจำได้ว่ามีละครตอนเย็น เรื่องต้นส้มแสนรัก

ตอนนั้นผมรู้สึกเป็นละครที่น่ารำคาญ

เพราะตอนเด็กๆผมก็เหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป

จะชอบดูพวกยอดมนุษย์ เอาสุดเด็ดสมัยนั้น

คือ ขบวนการห้ามนุษย์ไฟฟ้า

พอมาได้ยินชื่อต้นส้มแสนรักแล้วมันเป็นละครรกจอเหลือเกิน

 

ผมไม่เคยสนใจหนังสือเล่มนี้เลย

จนถึงสมัยที่เริ่มทำงานเเละเพื่อนที่สนิทกันมากตั้งแต่สมัยอยู่เตรียมอุดม ซื้อมาให้อ่าน 

ผมจำได้ว่าขณะที่ผมอ่านตอนนั่งรถเมล์มาทำงาน

ผมน้ำตาไหลออกมาตอนลุกเดินลงรถเมล์ 

คงมีใครคิดว่าไอ้นี่แม่งโดนสาวหักอกมาแน่

แต่เปล่าเลย

ไอ้เด็กผู้ชายเกเรที่จิตใจงดงามในเรื่องนี้นั่นเองที่เรียกน้ำตาผม

 

และถ้าวันหนึ่งคุณกับผมได้เจอกัน

แล้วคุณถามผมว่า อยากจะเริ่มอ่านหนังสือสักเล่ม อ่านเล่มไหนดี

หนึ่งใน 3 เล่มแรกที่ผมจะแนะนำคุณ ต้องเป็น

“ต้นส้มแสนรัก” แน่นอน

 

หนังสือเป็นเรื่องของเด็กชายชื่อ Zeze

ซึ่งเกิดในครอบครัวที่ยากจน โดยมีฉากเป็นสลัมในเซาเปาโล

Zeze เป็นเด็กที่ชอบสร้างความปั่นป่วนให้กับทุกคนใกล้และไกลตัว

แต่ก็เป็นเด็กที่ฉลาด และจิตใจดีมาก

เพียงเเต่นิสัยดื้อซนทำให้เป็นปีศาจของใครต่อใคร

ในเรื่อง Zeze ต้องผ่านความทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ถูกทำโทษเจียนตาย และ ต้องเจอกับความสะเทือนใจเกินกว่าเด็กคนหนึ่งจะรับได้ 

 

คำ classic คำนึงในหนังสือที่ถูกเอามาพูดถึงกัน

คือ คำว่า 'The Coming of Age' ลองไปอ่านเอาเองครับว่ามันคืออะไร

 

ท่อนหนึ่งที่ทำให้ผมเศร้าทุกครั้งที่อ่าน

คือในวันคริสต์มาส วันที่เด็กทุกคนจะตื่นมากับความหวังที่จะเห็นว่า

ซานตา เอาของขวัญมาใส่ถุงเท้าไว้

แต่เมื่อเซเซ่ ตื่นมาไม่เจอของขวัญ

และพูดว่า "มีพ่อจนๆมันแย่แบบนี้นี่เอง"

แล้วก็หันไปเจอพ่ออยู่ตรงนั้น 

และเหตุการณ์ต่อจากนั้น ...

ช่างมันเถอะครับ ถ้าคุณไม่อยากไปหาอ่านดู

 

สำหรับฉบับภาษาอังกฤษ ของต้นส้มแสนรัก

เป็นหนังสือเล่มนึงที่หายากมาก และน่าจะไม่ได้พิมพ์มานานแล้ว

แต่แฟนที่น่ารักของผมก็เพียรไปหาบน internet จนหามาให้ผมจนได้

ตอนนี้เธอก็ไม่ได้เป็นแค่แฟนแล้วหละครับ

 

ส่วนภาษาไทยมีขายอยู่หลาย version

บาง version แปลออกมาเป็น 2 เล่มภาคหนึ่งและสอง

บาง version ก็เเปลออกมาเป็นเล่มเดียว 

ลองอ่านดูครับ ไม่รัก Zeze ผมให้ตบกระบาลเลยเอ้า 

 

****************************************************

"The age of reason?"

"It's well that you remember. Then a remarkable thing happens.

Your thought grow, grow and take charge of your head and your heart.

They live in your eyes and in everything that is a part of your life"

"I know. And the little bird?"

"The little bird was made by God to help little children find out about things.

Then when the child doesn't need it any more, he gives the little bird back to God.

And God puts it in another intelligent little boy like you. Isn't it nice?"

I laughed happily because I was having a "thought".

"It is. Now I'm going."

"And the tostao?"

"Not today. I'm very busy

 

***************************************************** 

"Wait a bit. I want to speak to you, Zeze'."

She kept straighthening out her purse endlessly.

You could see she didn't want to talk to me and was seeking courage

among her things. Finally she decided.

"Godofredo told me something very ugly about you, Zeze'. Is it true?"

I nodded my head affirmatively.

"About the flowers? Yes,ma'am, it is."

"How do you do it?"

"I get up earlier and go by the garden at Serginho's house.

When the gate is propped open, I go in fast and steal flower.

But they have so many that you can't tell it's gone."

"Yes. But that isn't right. You shouldn't do it any more.

It's not stealing, but it is filching."

"No, it isn't, Dona Cecilia. Isn't the world God's?

Isn't everything in the world God's? Then the flowers are God's too...."

She was surprised to the logic.

"That's only way I could get them, teacher.

At home we don't have a garden. Flowers cost money.

I didn't want your table to always have an empty cup."

She swallowed dryly.

"Once in a while you give me money to buy a stuffed cruller, don't you?"

"I could give you every day, but you disappear...."

"I couldn't accept it every day."

"Why?"

"Because there are other poor boys who don't bring a snack."

She took a handerchief and surreptitiously wiped her eyes.

"Didn't you see Corujinha?"

"Who is Corujinha?"

"The little black girl about my size whose mother rolls her hair in little ringlets

and ties when with string."

"I know her. Dorotilia."

"That's her, yes, ma'am. Dorotilia is poorer than I am.

And the other girl don't like to play with her because she's black and too poor.

So she always stays in the corner. I divide the cruller you give me with her."

This time she kept the handkerchief at her nose a long time.

"Sometimes, instead of giving it to me, you could give it to her.

Her mother washes clothes and has eleven children.

They are all still small.

Every Saturday Dindinha, my grandmother, gives them some beans

and rice to help out.

And I share my cruller because Mama taught us to share what we have

with those who are even poorer."

The tear were flowing.

"I didn't mean to make you cry.

I promise I won't steal any more flowers and I'm going to be an even better student."

"It's not that, Zeze. Come here"....

 

- ทิ้งร่องรอยไว้บน ดวงดาวสุดรักดวงที่ 11 บ้างนะครับ -

 

ปล. Entry นี้คัดลอกจาก entry หมายเลข 3 ของผม โดยผมเอามาเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

ไม่ใช่ว่าไม่มีหนังสือแนะนำ แต่ผมรักหนังสือเรื่องนี้เหลือเกิน