Cartoon

เขียน :  The DUANG   

Let’s Comic

ราคา 180 บาท (พิมพ์ครั้งที่ 5)

266 หน้า

ISBN 978-616-90128-0-1  

 

ผมไม่ได้อ่านการ์ตูนมานานจนกระทั่งเจอ ทรงศีล และไม่คิดว่าจะเจอการ์ตูนเด็ดๆอีก แต่แล้ว ผมก็เจอ THE DUANG 

 

 

ก่อนหน้านี้

ผมเคยผ่านตางานของ The DUANG มาบ้างเป็นระยะ

แต่ ทั้งหมดที่ผมได้อ่าน

ก็เพราะผมซื้อตามงานของ “ทรงศีล ทิวสมบุญ”

ดังนั้นงานของคนอื่นในเล่มนั้น

ก็เลยเป็น … เพียงส่วนประกอบ

ผมแค่เสพ 

แต่ไม่ได้ถึงกับ สุขสดชื่นรื่นรมย์อะไรกับมันนัก

 

จนกระทั่งวันหนึ่ง

ขณะที่ผมกำลังรอทาง Thailand Book Tower จัดหนังสือ

ที่ผมหาซื้อเพื่อไปบริจาคหนังสือในโครงการ

“ห้องสมุดสุดปลายจมูก”

ผมก็เลยเดินหยิบเล่มโน้นเล่มนี้อ่านไปเรื่อย

“INNOCENT” เป็นหนึ่งในเล่มที่ผมดูในวันนั้น

เอาจริงๆ ก็เพราะไม่รู้จะหยิบอะไรอ่านแล้ว

แต่เวลาประมาณ 10 นาที ที่เปิดดูผ่านๆ

ผม “โดนของ The DUANG” เข้าเต็มๆ

 

เมื่อวันศุกร์ที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา

ผมไปงานหนังสือที่ศูนย์สิริกิตต์

หนึ่งในเป้าหมายหลัก คือ กวาดงาน The DUANG

ผมได้งาน The DUANG มาทั้งหมด 5 เล่ม

ผมอ่านจบรวดเดียวเลยครับ

 

แต่เล่มทีเด็ด ของผมคือ INNOCENT

(ผมไม่ได้หมายความว่าเล่มอื่นไม่ดี)

เพราะอ่าน INNOCENT แล้วมันเหมือนอ่านเรื่องสั้น

เรื่องสั้นที่ประชดสังคมได้สนุกสนานทีเดียว

ผมไม่แน่ใจว่าผมชอบเจ้า character ต่างๆในนั้น

อย่าง ไอ้ 4 ตัวแสบ TooLooTooBoo

หรือ

ชอบเนื้อหามากกว่ากัน

 

คุณเคยต้องอ่านการ์ตูนแบบตั้งใจเหมือนตอนดู

Pulp Fiction ครั้งแรกมั้ยครับ

ตอนที่ Quentin Tarantino เอา Pulp Fiction

เข้าโรง เขายังไม่ดังเท่าไหร่

แต่หลังจากนั้น ชีวิตเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล

สำหรับ INNOCENT ของ The DUANG

มันอาจจะไม่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น

แต่ถ้าคุณอ่านเร็วเกินไป

เพราะความสนุกเพลิดเพลินอย่างเดียว

คุณอาจจะต้องพลิกย้อนกลับมาว่า

เฮ้ย มันมาแบบนี้ได้ไง

ผมขอเรียกว่าเป็น

การ์ตูน แนวเรื่องสั้น ที่มีการเล่าเรื่องสลับฉากแบบ

Pulp Fiction

 

ผมอยากบอกว่า

The DUANG เป็นนักวาดการ์ตูนที่น่าภาคภูมิใจของคนไทย

อีกคนหนึ่งทีเดียว

และหลายๆเล่มที่ผมซื้อมาเป็นของ

มูลนิธิเด็ก

ซึ่งแน่นอน มันเป็นการสนับสนุน มูลนิธินั้นด้วยครับ

 

ทำไมครั้งนี้

ผมถ่ายทอดความรู้สึกออกมาไม่ดีเท่าที่อยาก

ก็ไม่รู้ครับ

เอางี้ละกันครับ ... ผมอยากบอกว่า

ให้ลองอุดหนุนสักเล่ม

แล้วคุณน่าจะชอบ The DUANG เหมือนผม

 

เอาเป็นว่าขอโฆษณา ด้วยภาพลายเส้นข้างล่าง

ที่เหลืออยู่ที่การตัดสินใจคุณครับ

และคำเตือน ถ้าใจไม่แข็งพออย่าไปพลิก INNOCENT อ่าน

เพราะคุณอาจจะเสียตังส์มากกว่านั้น

เหมือนผม

 

- ขอบคุณผู้มาเยือนดาวดวงที่ 11 ขอบคุณที่ทิ้งร่องรอยของคุณไว้บ้าง -

 

ทรงศีล ทิวสมบุญ

สนพ FULLSTOP

ISBN 9 786167 422084

ราคา 225 บาท

จำนวนหน้า ไม่สามารถทำให้ผมอิ่มได้ซักที

 

เชื่อหรือไม่ว่าก่อนหน้านี้สักสัปดาห์ ผมเพิ่ง tweet หาคุณวงศ์ทนงว่า ฝากบอกคุณทรงศีลหน่อยว่าเขียนๆ อะไรออกมาซักทีเถอะครับ ... อะไรก็ได้ ยังไงผมก็ซื้อ

 

เมื่อเสาร์ที่ผ่านมา ผมไปงาน

Happening @ HOUSE ที่ HOUSE RCA

โดยไม่รู้ว่า จะได้เจอหนังสือเล่มใหม่ พร้อมตัวเขาเป็นๆ

ผู้ชายคนนี้ทำให้ผม งกๆเงิ่นๆ

ตอนไปขอลายเซ็นต์อย่างกับว่า

จะไปขอเบอร์โทรศัพท์ หญิงที่เราเล็งอยู่ซักคน

ผมตัดสินใจซื้อใหม่ทั้ง 3 ตอน

เพราะรูปเล่มใหม่มันแบบ เจ๋งครับ

ตอนขอลายเซ็นต์ ผมพูดว่า

"รบกวนเซ็นต์หน่อยนะครับ" 

เท่านั้นไม่พอ ตอนขอถ่ายรูปผมพูดว่า

"ขออนุญาตนะครับ"

เห่ยๆ หวะ

 

แต่ลายเซ็นต์ข้างล่าง

ที่แตกต่างกันทั้ง 3 เล่ม

แหม ... เจ๋ง โคตร โคตร ครับ

 

 

ไม่รู้ตั้งใจหรือไม่ที่ คุณทรงศีล ตั้งชื่อตอนที่ 3

ให้สอดคล้องกับบทละครของ William Shakespear

ชื่อ The Winter's Tale

แต่มันไม่สำคัญหรอก เพราะ ถั่วงอกกับเจ้าหัวไฟ

ก็ยังทำให้ผม ไม่สามารถเอามันไปเข้าคิวหนังสือเล่มอื่นได้

กลับมาถึงบ้านผมก็วางเล่มที่อ่านค้างอยู่ 2 เล่ม

แล้วเอาหัวไฟ แซงคิวมาอ่านทันที

ลายเส้นแบบทรงศีลทำให้ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้มองดู

แล้วจินตนาการไปกับมัน ทั้งๆที่ศิลปะผมไม่เอา ถ่านเลย

 

ส่วนเนื้อเรืื่อง ของถั่วงอกกับเจ้าหัวไฟ

ก็ทำให้ผม แอบคิดทุกครั้งไม่ได้ว่า

ที่ทรงศีล มักบอกว่า "เขาเเค่ถ่ายทอดสิ่งที่หัวไฟเล่าให้ฟัง"

หรือสิ่งที่ ทรงศีล พูดเป็นเรื่องจริง

เพราะการ์ตูน แบบทรงศีล ไม่ใช้่การ์ตูนทั่วไป

เนื่้อเรื่องมันเหมือนเรื่องจริง

เหมือนชีวิตของ หัวไฟ มีอยู่จริง

และกำลังดำเนินชีวิตอยู่

ดังนั้นในแต่ละเล่ม แต่ละตอน

จึงจบแบบเหมือนไม่จบตอน

แต่เหมือนกับว่า

หัวไฟเล่าให้เขาฟังมาแค่นี้จริงๆ

และ ด้วยความลึกลับ ที่เข้ามาในแต่ละตอน

ก็ทำให้ผมไม่สามารถเดาทางได้

เพราะ มันไม่ใช่เรื่องเเต่ง

แต่เป็นชีวิต ที่ดำเนินอยู่

ก็คุณจะรู้ได้อย่างไร ว่าชีวิตคุณจะเจออะไรพรุ่งนี้

เช่นกันกับ ชีวิตของ เจ้าถั่วงอก เจ้าหัวไฟ เจ้าบุบบิบ และ เจ้าถุงเท้า

 

อ่านหัวไฟและถั่วงอก บางครั้งก็ทำให้นึกไปถึง

"เพื่อนยาก" ของ จอห์น สไตน์เบก (Entry 42)

เรื่องราวของคนหนึ่งที่คอยปกป้องใครอีกคน

ในขณะที่เจ้าบุบบิบ ก็ทำหน้าที่สะท้อนให้เห็น

อีกด้านของ จิตใจ ที่แม้ภายนอกจะหยาบกระด้าง

แต่เขามีด้านที่อ่อนโยน ซึ่งอาจจะเพราะ

เขาเป็นเด็กที่ขาดรัก และ ใช้เจ้าบุบบิบ

ทดแทนสิ่งที่ขาดหายไป

 

เมื่อคุณอ่านเล่มนี้แล้ว

ลองกลับไปดูผลงานเล่มอื่นๆของทรงศีล

ใน entry ที่ 9 และ 28 ด้วยนะครับ

 

ผมอ่านและซื้อการ์ตูนอ่านครั้งสุดท้าย

ก็ตอนเรียน ม ต้น โน่นเลย

จนกระทั่งมาเจอ หัวไฟ เล่มที่ 1

ก็กลายเป็นการ์ตูนที่ผมซื้อในรอบประมาณ 15 ปี

จากนั้น ไม่ว่า ทรงศีลจะออกอะไรมา

ผมไม่เคยพลาด

ลองซื้อมาเสพเถอะครับ 

ผมอยากให้การ์ตูนไทยที่มี character ชัดแบบนี้

ได้รับการตอบรับมากๆจริงๆ

ผมว่า คนแบบนี้ไม่ได้มาเกิดที่ไทยบ่อยๆหรอกครับ 

 

 

ผมไม่ใช่ญาติของทรงศีลหรอกนะครับ

หากคุณเกิดสงสัยขึ้นมา ว่าทำไมเชียร์จัง

แต่แหม ผมอยากนับญาติกับเขาจริงๆ

ให้ตายเถอะ ...

 
 
- - - รอยยิ้มเล็กๆ comment น้อยๆ สามารถสร้างยิ้มกว้างๆให้ผมได้เสมอครับ - - -

43. Where the Wild Things Are - Maurice Sendak

posted on 09 Jul 2010 22:47 by theeleventhline  in Cartoon

 

นิทานที่ทำให้ผมได้สัมผัสบางสิ่งที่ตกหล่นไปในกาลเวลา

 

ผมไม่เคยรู้จักหนังสือเล่มนี้มาก่อนเลย

จนกระทั่งผมได้อ่าน A Day ฉบับที่ 118 เกี่ยวกับนิทาน

ซึ่งฉบับนั้น ถูก จัดทำโดยเหล่านักศึกษา A Team Junior

ซึ่งได้มีการพูดถึง หนังสือนิทาน เรื่อง Where the Wild Things Are

ผมรู้สึกว่าหนังสือ เล่มนี้น่าสนใจขึ้นมาทันที

แล้วผมก็ไป หาใน Google แล้วก็พบว่า มันเคยถูกทำเป็นหนังด้วย

ก็เลยยิ่งแปลกใจว่าคนที่เป็นหนอนหนังสือ และ บ้าหนังพอตัวอย่างผม

ทำไมไม่เคยได้ยินเลย

 

 

วันนี้ผมเพิ่งได้ Where the Wild Things Are เป็นของขวัญ

ผมอ่านจบในเวลานิดเดียว

เพราะมันคือนิทานเด็ก

ดังนั้นมันจะเน้นรูป ส่วนตัวหนังสือมีเพียงหน้าละ 1-2 บรรทัดเท่านั้น

Where the Wild Things Are เผยให้เห็นความเกรี้ยวกราดในใจเด็กชื่อ Max (และผู้ใหญ่ทั้งหลาย)

ที่แสดงออกมา ในรูปแบบอำนาจ

แต่มันก็นำมาซึ่งความรู้สึกโดดเดี่ยว

แต่ในที่สุดความรักก็สามารถ จัดการได้ทุกอย่าง

 

 

ผมอ่านจบ ด้วยความรู้สึกแบบที่ ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มานานแล้วเวลาอ่านนิทาน

เพราะผมก็อยู่ในวัยที่นักเขียนนิทานไม่ได้วาดให้อ่านแล้ว

แต่ด้วยเนื้อเรื่องการเปรียบเทียบแบบนิทานฉลาดๆ

รูปประกอบที่สวยมากๆ (ไม่รู้ทำไม ผมจึงรู้สึกว่ามันสวย ขนาดนั้น)

โดยเฉพาะ รูป สัตว์ประหลาดที่ทำให้ผมนึกถุง เจ้าขนฟู ใน Monster Inc.

ผมอยากจะบอกว่า พอจบเล่ม

ผมรู้สึกเหมือนน้ำตา จะล้นออกมา

มันคงเป็นความรู้สึกถึง

ความสุขตอนอ่านนิทาน

ตอนเป็นเด็ก

ก็คงเเค่นั้นเอง

 

 

 

อาจจะหาซื้อยากซักหน่อย

เล่มที่ผมได้มา มาจาก Kinokuniya สาขา Emporium

ในขณะที่ check ไปที่ Asia Book มีแค่ 2 ที่ คือ Central บางนา กับ ไอ้โรงแรมตรงซอยนานา อะครับ ลืมชื่อ