117. “สดับลมขับขาน” ปฐมบทแห่งตำนาน มูราคามิ
posted on 29 Jan 2012 20:53 by theeleventhline in ShortStoryInterThai directory Fiction, Knowledge

เขียน : ฮารูกิ มูราคามิ
แปล : นพดล เวชสวัสดิ์
ราคาปก : 160 บาท
หน้า : 139
ISBN 9786167591063
มูราคามิ ชายผู้บัญญัติ ให้สีเทา เป็นเฉดสีฉูดฉาด
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
1.) โครงการดีๆสนุกๆ “ห้องสมุดสุดปลายจมูก” http://www.facebook.com/LibraryAtYourNoseTip
2.) แวะอ่านความคิดของผม http://thelastquestion.exteen.com/20110820/entry
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ผมดีใจมากกว่าปกติ ที่เห็น entry ก่อนได้ขึ้น Hot Posts
เหตุผลคือ ผมไม่ได้แวะไปหาใครเลยมา2-3 เดือนแล้ว
และคงจะเป็นแบบนี้ไปอีก 2-3 เดือน เพราะ ภาระกิจที่รัดตัวมาก
ผมดีใจ ที่เห็นว่า blog แบบนี้ก็มีที่ยืน
ความที่แน่นทั้งงานหลัก งานเขียน งานเรียน
ผมจึงเลี่ยงไม่ซื้องาน มูราคามิ เลย เพราะรู้ว่ามันจะทำให้ผมเขว
เล่มเก่าๆที่กองอยู่ก็ใช่น้อย
แต่ก่อนงานแต่ง เพื่อนสนิทก็ซื้อมาให้ ชุดไตรภาคแห่งมุสิก
แล้วจะให้ผมทำอย่างไร ผมก็ปุถุชน
หลายปีก่อนลุงคนโต (ตั่วกู๋) ของผม ซึ่งท่านก็เป็นคนขาดๆเกินๆบ้าง
มีชีวิตที่ลำบากมาตลอดชีวิต
แต่รักหลานทุกคน
ผมเองน่าจะเป็นหลานรักลำดับที่ 1 หรือ ไม่เกินที่ 2
ตอนเรียนอนุบาล ตั่วกู๋จะมาจูงผมไปส่งที่โรงเรียนทุกวัน
พอขึ้นชั้นประถม ผมย้ายโรงเรียน และ ก็นั่งสองแถวไปโรงเรียนเอง
แต่ทุกวันที่เดินไปขึ้นรถ จะต้องผ่านแผงล็อตเตอร์รี่ของ ตั่วกู๋
ตั่วกู๋ จะเอาเงินให้ผม 1 บาททุกวัน
และเสาร์อาทิตย์จะพาผมไปเที่ยววังหลัง
เพราะตั่วกู๋ชอบพระ แต่ก็ไม่ลืมซื้อหมูสะเต๊ะของโปรดให้ผมทานทุกครั้ง
แล้วเมื่ออากู๋ป่วยหนักในตอนที่ผมเรียน มหาวิทยาลัย
ผมก็ผลัดผ่อนไม่ได้ไปเยี่ยมสักที เพราะติดเรียน ติดเพื่อน
จนวันอาทิตย์หนึ่ง ที่บ้านได้รับโทรศัพท์ว่าให้รีบไปดูตั่วกู๋ครั้งสุดท้าย
ไปถึงอากู๋หลับสบาย
เรายืนดูด้วยความสบายใจ ดีใจที่มาทัน ดีใจที่อากู๋ไม่เป็นไร
ผ่านไปเกือบ 5 นาที แม่ตกใจพูดขึ้นมาว่า
“อาเฮียก๊วยซิมเหลี่ยว” (พี่ชายเสียชีวิตแล้ว)
แม่มาเอะใจว่าเพราะ ไม่มีสายระโยงระยาง
ใช่ ผมไปไม่ทัน
แต่ผมได้เห็นอากู๋ ตอนที่ร่างกายอากู๋สะอาดสะอ้าน
ไม่ได้เห็นตอนอากู๋เจ็บปวด
ความตายงดงามแบบนี้ หละหรือ
ผมนึกถึงเรื่องราวข้างบนแทบทุกครั้ง
ที่ผมอ่านงานของมูราคามิ จบลง
สำหรับ สดับลมขับขาน ผมไม่ได้อ่านฉบับภาษาอังกฤษที่ชื่อ
Hear the Wind Sing แต่นี่คือ ปฐมบทของงานเขียนมูราคามิ
ผมไมได้อ่านปกหลังก่อน อ่านหนังสือ
เมื่ออ่านจบลงด้วยภาพเทาๆ ที่แสนอิ่มเอิบ
ผมจึงได้รู้จากปกหลังว่า ตลอดเรื่องที่อ่านจบลงไป
ตัวเอกของเรื่อง ไม่เคยได้รับการเอ่ยนาม
จริงด้วยสิ ผมอ่านจบโดยไม่ได้นึกถึงชื่อเขาเลย
ตำนานกล่าวว่า วันที่อากาศอบอุ่น ของฤดูใบไม้ผลิปี 1974
ขณะดูเบสบอล มูราคามิ เกิดแรงบันดาลใจเขียนงานแรกของเขาขึ้น
ซึ่งต่อมาถูกเรียกว่า Hear the Wind Sing
ผมชอบบทสนทนาท่อนหนึ่งในเล่มนี้
เป็นบทสนทนาระหว่างสายลมบนดาวอังคาร และหนุ่มนักท่องอวกาศ
“ไม่อาจเรียกว่ากระทันหัน เจ้าเดินมาในอุโมงค์เวลา กินเวลาทั้งสิ้นสิบห้าพันล้านปี
พวกเจ้ามีคำกล่าวว่าเวลาเหมือนติดปีกบิน สำหรับข้า ไม่มีการเกิดการตาย ข้าเป็นเพียงลมขับขาน”
“คำถามเดียวหากจะอนุญาตให้ถาม”
“ด้วยความยินดี”
“อยู่มานานขนาดนี้เรียนรู้อะไรบ้างหรือป่าว”
อากาศกระตุกวูบ สั่นกระเพื่อมเหมือนเสียงหัวเราะ
และแล้วก็เป็นความสงบนิ่งเหมือนชั่วนิรันดร์ของดาวอังคาร
เจ้าหนุ่มดึงปืนพกออกจากซอง ยกขึ้นจ่อขมับ แล้วลั่นไก
ต้อนรับเข้าสู่โลกของมูราคามิครับ
- ทิ้งความคิดสีเทาบนดาวดวงที่ 11 บ้างนะครับ -
ปล. ผมเคยพูดถึงงานของมูราคามิ ทั้ง Norwegian Wood, After the Quake,
After the Dark และ South of the Border,West of the Sun แล้วนะครั
// เดินทางสู่ พินบอล,1973

เป็นอีกเล่มที่ไม่เคยอ่านจริงๆ
เมื่อไหร่จะรวบรวมหมดซะทีก็ไม่รู้ >_<
เพราะเคยอ่านแต่ภาษาไทย
เลยไม่มั่นใจจนถึงตอนนี้ว่าติดใจสำนวนของมุราคามิ
หรือว่าติดใจสำนวนของคนแปลกันแน่!!!
ขอบคุณที่แบ่งปันอะไรดีดีเสมอๆค่ะ
#1 By fablefa ~* on 2012-01-29 21:05