74. Norwegian Wood - ฮารูกิ มูราคามิ
posted on 18 Nov 2010 23:40 by theeleventhline in ShortStoryInterThai
ผมไม่อาจกล้าที่จะบอกว่าผมเข้าถึงเนื้อหาทั้งหมดใน
Norwegian Wood แต่เล่มนี้ทำให้ผมรู้จัก “มูราคามิ”
ผมได้อ่านงานของ “มูราคามิ” เล่มแรก เมื่อ 2-3 ปีก่อน
ผมสนใจ เขา เพราะ นักเขียน ผู้กำกับ ศิลปิน มากมาย พูดถึงเขา
แต่เมื่อผม ลองสัมผัส เขา จาก “เรือเชื่องช้าสู่เมืองจีน”
ผมก็บอกตัวเองว่า “กรูไม่อ่านงานของมรึงดีกว่าหวะ”
แล้วผมก็ไม่เคยเห็น “มูราคามิ” ในสายตาอีกเลย (ทำอย่างกะ เขาจะสนใจ 555)

เมื่อสักเดือนก่อน เพื่อนนักอ่านในนี้ท่านนึง ems คุยกับผมว่า
“มูราคามิ” คือ นักเขียนโปรด ของเขา
ผมตอบไปตรงๆว่า “ขอโทษที ผมไม่ in กับเขาแฮะ”
เขาตอบมาเหมือนรู้ บอกว่า ให้ลองอ่าน Norwegian Wood ก่อน
เพราะเขาเองก็คิดว่า ถ้าเขาไม่ได้เริ่มจากเล่มนี้ เขาก็อาจจะไม่ชอบมูราคามิ
ผมไม่ได้ตอบอะไร ด้วยเกรงว่า หากไปหยิบมาอ่านแล้วยังไม่ชอบ
ก็จะให้มันผ่านไป เหมือนกับ ผมไม่เคยไปอ่าน และ เขาไม่จำเป็นต้องรู้
ผมไปหยิบ Norwegian Wood ใน version ไทย “ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย”
หลังจากอ่านไปได้ เพียง 1-2 บท
ผมก็นึกในใจว่า “สวัสดีครับ คุณมูราคามิ ดีใจจังครับที่เราได้รู้จักกันซักที”
ชื่อหนังสือ version ไทย ชวนให้คิดถึง เรื่องรักๆใคร่ๆวัยหนุ่มสาว
มันก็คงจะออกมาแค่นั้น ถ้ามันไม่ใช่ “มูราคามิ”
ผมอ่านเล่มนี้แล้วมันทำให้ผมนึกถึงตัวเองในตอนเรียน ป.ตรี
ผมรู้สึกขนาดว่า ตลอดเวลาที่อ่าน มันจะมีภาพทับซ้อนในหัว
ภาพของ “วาตานาเบะ-คุง ในหนังสือ” และ “ภาพผมเองในวัยนั้น”
ผมกำลังอยู่บนรถเมล์ รถไฟ และเดินตากแดดไปหาเพื่อน หาคนพิเศษในตอนนั้น
ผมไม่ได้ พูดเกินเลย ขณะอ่าน ผมรู้สึกได้ถึงแดดอุ่นๆ
ที่สัมผัสผิวกายตลอดเวลา จริงๆครับ
หนังสือเต็มไปด้วย บุคคลที่มีชีวิตที่เว้าแหว่ง
“แกเป็นคนเพี้ยนที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จัก” ผมตอบ
“แล้วแกก็เป็นคนปกติสุดเท่าที่ฉันเคยเห็น” นางาซาวะ สวนกลับ
หรือจริงๆแล้วแทบทุกคนในสังคมก็เว้าแหว่ง
เพียงแต่ มูราคามิ เอาความเว้าแหว่ง มาเล่น
มาเน้น ให้เห็นที่มาและที่ไปของบุคคล
“มูราคามิ” ทำให้รู้สึกว่า ความตาย ความรัก และ เซ็กซ์
มันอยู่ใกล้ตัวเหลือเกิน
หนังสือเล่มนี้อาจจะไม่เหมาะนักถ้าจะอ่านเอาจริยธรรม
เพราะตลอดเรื่องจะมีเรื่องเซ็กซ์ เรื่องรัก เข้ามาตลอด
เกือบทั้งหมด เป็นความสัมพันธ์ ที่ไม่ปรกติ
ไม่ถูกต้องในกรอบจริยธรรม
แต่ผมไม่ทราบว่า ทำไม มูราคามิ ทำให้ฉากเซ็กซ์เหล่านั้นงดงามได้
ในมุมของความสัมพันธ์กับเพื่อน
ในช่วงวัยที่ตัวเลข อายุครบ 20 ปีเป็นเรื่องที่น่ากลัว และใหญ่โต
"มูราคามิ" ก็ช่างถ่ายทอดออกมาได้สนุกสนานและอิสระ
แต่ทุกคน ก็ต่างแฝงชีวิตที่แสนจะซับซ้อน อยู่เบื้องหลัง
เป็นหนังสือที่ คุณจะเจอตัวละคร บางตัว ที่จะทำให้คุณจะนึกถึงใครบางคน
คนที่เว้าแหว่ง ... ที่คุณรู้จัก
หนังสือมูราคามิ มีมุมคิด การเล่าเรื่อง ที่แปลกมากสำหรับผม
“ผมไม่ทราบเหมือนกันว่า ทำไมจะต้องเชิญธงลงจากยอดเสา
ในเมื่อประเทศของเรายังดำรงอยู่แม้ความมืดจะโรยตัว
ทุกหัวระแหงจะมีผู้คนทำงานกันตลอดราตรี
ผมคิดว่าไม่ยุติธรรมเลยที่ผู้คนเหล่านี้จะไม่ได้รับการคุ้มครองจากธงชาติ
หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าไม่ใช่สาระสำคัญ
หรือนอกจากตัวผมแล้ว ไม่มีใครสนใจถามไถ่”
ผมชอบตั้งแต่ตรงนี้เลยครับ ผมรู้สึกว่า ไอ้ตัวละครตัวนี้มันแปลกดี
ลองอีกสักที่มั๊ยครับ
“คุณรู้ไหมวันที่แม่ตาย พ่อบอกกับเราสองคนว่าไง?-ฉันยอมเสียแกสองคน ไม่อยากให้แม่ตาย”
“พ่อสูญเสียคนที่รักที่สุดในโลกไป ฉันพอจะเข้าใจพ่อ แต่พ่อไม่ควรพูดคำนี้กับลูกสาวตัวเอง”
“แต่ว่าก็สวยที่สุดเลยจริงไหม? ที่มีคนสองคนรักกันมากขนาดนั้น
สามีที่รักภรรยาสุดหัวใจจนบอกว่าลูกสาวสองคนน่าจะตายแทนแม่”
เชื่อสิว่า ทั้งเรื่องมันเป็นอารมณ์ที่ย้อนแย้ง แบบนี้แหละครับ
คือมันจะทำให้คุณไม่แน่ใจ
ว่าทำไมคุณถึงเห็นความงามจากประโยคเมื่อกี๊ได้
เมื่อถึงตอนประชดประชัน
มูราคามิก็ทำให้ผมยิ้มได้กว้างเลยครับ
“บอกหน่อยสิ, วาตานาเบะ-คุง” มิโดริหันไปทางหอพักชาย
“นักศึกษาชายที่นี่ ว่าวกันทุกคนหรือเปล่า?”
“เป็นไปได้”
“แล้วผู้ชายนึกถึงผู้หญิงหรือเปล่าตอนว่าว?”
“ก็คงเป็นเช่นนั้น ผมไม่คิดว่าจะมีใครนึกถึงตลาดหลักทรัพย์หรือคลองสุเอซในยามว่าว, ไม่นะ”
พอใช้ได้มั๊ยครับ ….
หรือลองตรงนี้ อีกที่นึง
“หมายความว่าถ้ามีเพื่อนชายแล้วฉันไม่มีสิทธิคิดถึงคุณหรือไง”
“ก็ไม่ใช่ขนาดนั้น … ผมแค่”
“ฉันเตือนคุณล่วงหน้านะ ฉันอมทุกมาเดือนเต็ม พร้อมจะระเบิดแล้ว
จะพูดอะไรเลือกคำพูดให้ดี พูดไม่ระวังปากเหมือนเมื่อครู่
ฉันจะร้องให้น้ำตาท่วมร้านนี้เลย เมื่อไหร่ที่ร้องแล้ว ฉันร้องได้ทั้งคืน
ฉันเป็นสัตว์เกเรในยามที่ฉันร้องไห้ ฉันไม่เลือกสถานที่ด้วยม ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ”
ผมกร๊ากออกมา แล้วนึกถึง Jack Nicolson ที่พูดไว้ใน
As Good As It Gets (หนังที่ว่ากันว่าสร้างให้ผม 555)
“To understand a woman, just imagine a man and remove reason and accountability”
คุณจะเจอความรักที่แสนงาม และความตายที่แสนเจ็บปวด
พร้อมๆกับความรักที่แสนเจ็บปวด บนความตายที่งดงาม
ในหนังสือเล่มเดียว
คงหาไม่ง่ายนักใช่มั๊ยครับ
แต่
ถ้าคุณอ่านไป 2 บทแรก แล้วคุณยังไม่รู้สึกสนุก
วางมันลง หรือ มอบให้คนอื่นเถอะครับ
ผมบอกได้เลยว่า ภายใน 2 บท ถ้ายังไม่โดน
หนังสือเล่มนี้ อาจจะไม่เหมาะกับคุณ
(ขอบคุณ นพดล เวชสวัสดิ์ครับ คุณแปลได้เหลือแหลกดีแท้ครับ)
- การสร้างรอยยิ้มให้คนอื่นเป็นความงาม คุณทำง่ายๆแค่ทิ้งร่องรอยการผ่านมาครับ -


เพิ่งมีคนบอกกับเราว่า
เขาอ่าน Norwegian Wood อยู่..
..
..
แล้วเราก็เพิ่งบอกเขาไปว่า
เหอๆ ฮารูกิเหรอ .. กุอ่านไม่รู้เรื่องว่ะ ขอบาย..
#1 By ' I'm E29AZA ' on 2010-11-19 00:01