Norwegian Wood - ด้วยรัก ความตาย และ หัวใจสลาย
Haruki Murakami - นพดล เวชสวัสดิ์
สนพ กำมะหยี่
ISBN 9 789741 090341
250 บาท
367 หน้า

ผมไม่อาจกล้าที่จะบอกว่าผมเข้าถึงเนื้อหาทั้งหมดใน  

Norwegian Wood แต่เล่มนี้ทำให้ผมรู้จัก มูราคามิ

 

ผมได้อ่านงานของ “มูราคามิ” เล่มแรก เมื่อ 2-3 ปีก่อน

ผมสนใจ เขา เพราะ นักเขียน ผู้กำกับ ศิลปิน มากมาย พูดถึงเขา

แต่เมื่อผม ลองสัมผัส เขา จาก “เรือเชื่องช้าสู่เมืองจีน”

ผมก็บอกตัวเองว่า “กรูไม่อ่านงานของมรึงดีกว่าหวะ”

แล้วผมก็ไม่เคยเห็น “มูราคามิ” ในสายตาอีกเลย (ทำอย่างกะ เขาจะสนใจ 555)

 

เมื่อสักเดือนก่อน เพื่อนนักอ่านในนี้ท่านนึง ems คุยกับผมว่า

“มูราคามิ” คือ นักเขียนโปรด ของเขา

ผมตอบไปตรงๆว่า “ขอโทษที ผมไม่ in กับเขาแฮะ”

เขาตอบมาเหมือนรู้ บอกว่า ให้ลองอ่าน Norwegian Wood ก่อน

เพราะเขาเองก็คิดว่า ถ้าเขาไม่ได้เริ่มจากเล่มนี้ เขาก็อาจจะไม่ชอบมูราคามิ

ผมไม่ได้ตอบอะไร ด้วยเกรงว่า หากไปหยิบมาอ่านแล้วยังไม่ชอบ

ก็จะให้มันผ่านไป เหมือนกับ ผมไม่เคยไปอ่าน และ เขาไม่จำเป็นต้องรู้

ผมไปหยิบ Norwegian Wood ใน version ไทย “ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย”

หลังจากอ่านไปได้ เพียง 1-2 บท

ผมก็นึกในใจว่า “สวัสดีครับ คุณมูราคามิ ดีใจจังครับที่เราได้รู้จักกันซักที”

 

ชื่อหนังสือ version ไทย ชวนให้คิดถึง เรื่องรักๆใคร่ๆวัยหนุ่มสาว

มันก็คงจะออกมาแค่นั้น ถ้ามันไม่ใช่ “มูราคามิ”

ผมอ่านเล่มนี้แล้วมันทำให้ผมนึกถึงตัวเองในตอนเรียน ป.ตรี

ผมรู้สึกขนาดว่า ตลอดเวลาที่อ่าน มันจะมีภาพทับซ้อนในหัว

ภาพของ “วาตานาเบะ-คุง ในหนังสือ” และ “ภาพผมเองในวัยนั้น”

ผมกำลังอยู่บนรถเมล์ รถไฟ และเดินตากแดดไปหาเพื่อน หาคนพิเศษในตอนนั้น

ผมไม่ได้ พูดเกินเลย ขณะอ่าน ผมรู้สึกได้ถึงแดดอุ่นๆ

ที่สัมผัสผิวกายตลอดเวลา จริงๆครับ

 

หนังสือเต็มไปด้วย บุคคลที่มีชีวิตที่เว้าแหว่ง

“แกเป็นคนเพี้ยนที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จัก” ผมตอบ

“แล้วแกก็เป็นคนปกติสุดเท่าที่ฉันเคยเห็น” นางาซาวะ สวนกลับ

 

 

 

หรือจริงๆแล้วแทบทุกคนในสังคมก็เว้าแหว่ง

เพียงแต่ มูราคามิ เอาความเว้าแหว่ง มาเล่น

มาเน้น ให้เห็นที่มาและที่ไปของบุคคล

“มูราคามิ” ทำให้รู้สึกว่า ความตาย ความรัก และ เซ็กซ์

มันอยู่ใกล้ตัวเหลือเกิน

 

หนังสือเล่มนี้อาจจะไม่เหมาะนักถ้าจะอ่านเอาจริยธรรม

เพราะตลอดเรื่องจะมีเรื่องเซ็กซ์ เรื่องรัก เข้ามาตลอด

เกือบทั้งหมด เป็นความสัมพันธ์ ที่ไม่ปรกติ

ไม่ถูกต้องในกรอบจริยธรรม

แต่ผมไม่ทราบว่า ทำไม มูราคามิ ทำให้ฉากเซ็กซ์เหล่านั้นงดงามได้

 

ในมุมของความสัมพันธ์กับเพื่อน

ในช่วงวัยที่ตัวเลข อายุครบ 20 ปีเป็นเรื่องที่น่ากลัว และใหญ่โต

"มูราคามิ" ก็ช่างถ่ายทอดออกมาได้สนุกสนานและอิสระ

แต่ทุกคน ก็ต่างแฝงชีวิตที่แสนจะซับซ้อน อยู่เบื้องหลัง

เป็นหนังสือที่ คุณจะเจอตัวละคร บางตัว ที่จะทำให้คุณจะนึกถึงใครบางคน

คนที่เว้าแหว่ง ... ที่คุณรู้จัก

 

หนังสือมูราคามิ มีมุมคิด การเล่าเรื่อง ที่แปลกมากสำหรับผม

“ผมไม่ทราบเหมือนกันว่า ทำไมจะต้องเชิญธงลงจากยอดเสา

ในเมื่อประเทศของเรายังดำรงอยู่แม้ความมืดจะโรยตัว

ทุกหัวระแหงจะมีผู้คนทำงานกันตลอดราตรี

ผมคิดว่าไม่ยุติธรรมเลยที่ผู้คนเหล่านี้จะไม่ได้รับการคุ้มครองจากธงชาติ

หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าไม่ใช่สาระสำคัญ

หรือนอกจากตัวผมแล้ว ไม่มีใครสนใจถามไถ่”

ผมชอบตั้งแต่ตรงนี้เลยครับ ผมรู้สึกว่า ไอ้ตัวละครตัวนี้มันแปลกดี

 

ลองอีกสักที่มั๊ยครับ

“คุณรู้ไหมวันที่แม่ตาย พ่อบอกกับเราสองคนว่าไง?-ฉันยอมเสียแกสองคน ไม่อยากให้แม่ตาย”

“พ่อสูญเสียคนที่รักที่สุดในโลกไป ฉันพอจะเข้าใจพ่อ แต่พ่อไม่ควรพูดคำนี้กับลูกสาวตัวเอง”

“แต่ว่าก็สวยที่สุดเลยจริงไหม? ที่มีคนสองคนรักกันมากขนาดนั้น

สามีที่รักภรรยาสุดหัวใจจนบอกว่าลูกสาวสองคนน่าจะตายแทนแม่”

เชื่อสิว่า ทั้งเรื่องมันเป็นอารมณ์ที่ย้อนแย้ง แบบนี้แหละครับ

คือมันจะทำให้คุณไม่แน่ใจ

ว่าทำไมคุณถึงเห็นความงามจากประโยคเมื่อกี๊ได้

 

เมื่อถึงตอนประชดประชัน

มูราคามิก็ทำให้ผมยิ้มได้กว้างเลยครับ

“บอกหน่อยสิ, วาตานาเบะ-คุง” มิโดริหันไปทางหอพักชาย

“นักศึกษาชายที่นี่ ว่าวกันทุกคนหรือเปล่า?”

“เป็นไปได้”

“แล้วผู้ชายนึกถึงผู้หญิงหรือเปล่าตอนว่าว?”

“ก็คงเป็นเช่นนั้น ผมไม่คิดว่าจะมีใครนึกถึงตลาดหลักทรัพย์หรือคลองสุเอซในยามว่าว, ไม่นะ”

 

พอใช้ได้มั๊ยครับ ….

หรือลองตรงนี้ อีกที่นึง

 

“หมายความว่าถ้ามีเพื่อนชายแล้วฉันไม่มีสิทธิคิดถึงคุณหรือไง”

“ก็ไม่ใช่ขนาดนั้น … ผมแค่”

“ฉันเตือนคุณล่วงหน้านะ ฉันอมทุกมาเดือนเต็ม พร้อมจะระเบิดแล้ว

จะพูดอะไรเลือกคำพูดให้ดี พูดไม่ระวังปากเหมือนเมื่อครู่

ฉันจะร้องให้น้ำตาท่วมร้านนี้เลย เมื่อไหร่ที่ร้องแล้ว ฉันร้องได้ทั้งคืน

ฉันเป็นสัตว์เกเรในยามที่ฉันร้องไห้ ฉันไม่เลือกสถานที่ด้วยม ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ”

ผมกร๊ากออกมา แล้วนึกถึง Jack Nicolson ที่พูดไว้ใน

As Good As It Gets (หนังที่ว่ากันว่าสร้างให้ผม 555)

“To understand a woman, just imagine a man and remove reason and accountability”

 

คุณจะเจอความรักที่แสนงาม และความตายที่แสนเจ็บปวด

พร้อมๆกับความรักที่แสนเจ็บปวด บนความตายที่งดงาม

ในหนังสือเล่มเดียว

คงหาไม่ง่ายนักใช่มั๊ยครับ

 

แต่

 

ถ้าคุณอ่านไป 2 บทแรก แล้วคุณยังไม่รู้สึกสนุก

วางมันลง หรือ มอบให้คนอื่นเถอะครับ

ผมบอกได้เลยว่า ภายใน 2 บท ถ้ายังไม่โดน

หนังสือเล่มนี้ อาจจะไม่เหมาะกับคุณ

 

(ขอบคุณ นพดล เวชสวัสดิ์ครับ คุณแปลได้เหลือแหลกดีแท้ครับ)

 

- การสร้างรอยยิ้มให้คนอื่นเป็นความงาม คุณทำง่ายๆแค่ทิ้งร่องรอยการผ่านมาครับ -

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เมื่อไม่กี่วันก่อน

เพิ่งมีคนบอกกับเราว่า

เขาอ่าน Norwegian Wood อยู่..



..

..

แล้วเราก็เพิ่งบอกเขาไปว่า

เหอๆ ฮารูกิเหรอ .. กุอ่านไม่รู้เรื่องว่ะ ขอบาย..sad smile

#1 By ' I'm E29AZA ' on 2010-11-19 00:01

ขอเป็นคนแรกที่เข้ามา commentเลยนะครับ (ไม่รู้กว่าจะพิมพ์เสร็จแล้วจะยังเป็นคนแรกรึเปล่า)

ดีใจที่คุณบันทัดที่11 ชอบนะครับ ผมอ่าน reviewแล้วขนลุกเลย เพราะขนาดเป็นหนังสือเล่มโปรดของผมผมก็ไม่สามารถเขียนออกมาได้ขนาดนี้

ผมรู้สึกเหมือนกันเลยครับ ตอนที่อ่านเล่มนี้

ตอนนั้นผมไปอยู่ที่อเมริการสองเดือนกว่าๆ เหงาๆ ยิ่งอ่านยิ่งซึมลึก (ผมว่างานของลุงมูราคามิอ่านตอนเหงาจะสนุกเป็นพิเศษ ตอนนี้ก็อ่านอยู่เล่มนึง)

เรื่องบังเอิญคือ ตอนที่วาตานาเบะอายุครบ20 ในหนังสือ

ผมก็อายุ 20ปีพอดี!! เลยทำให้ผมยิ่งมีความผูกพันกับหนังสือเล่มนี้เป็นพิเศษ 555 ไม่น่าเกี่ยวกันเลยเนอะ

ผมชอบสำนวนคุณ นพดลเหมือนกันครับ

ถ้าอยากลองลิ้มรสลุงมูราคามิแบบไม่จัดมาก เล่มถัดไปแนะนำ south of the border, west of the sun ครับ (แปลโดยคุณ โตมร สุขปรีชา) อ่านไม่ยาก แต่เป็นการเริ่มปรับเข้ากับอาการหลุดโลกในเล่มอื่นๆของลุงเค้า 555

#2 By Shanghai Expat... on 2010-11-19 00:03

น่าหามาอ่าน
เห็นชื่อนักเขียนดังเหมือนกันน่ะ
แต่ยังไม่เคยลองที่จะเลือกมาอ่าน
จากที่เกริ่นดูเศร้าน่าดูเลย
รองานหนังสือจะลองไปสอยมาอ่านHot! surprised smile

#3 By zhomao on 2010-11-19 00:06

Hot! Hot! Hot!

ลืมให้ hot post

ถ้า entryนี้ขึ้น hot post อีกเผื่อจะได้มีคนชอบลุงมูราคามิมากขึ้น confused smile

#4 By Shanghai Expat... on 2010-11-19 00:24

น่าสนใจอีกเล่มแล้วคะ big smile

#5 By pigton on 2010-11-19 00:49

Hot!

เข้ามาทักทาย
พร้อมได้รับการชักจูง
ให้อ่านหนังสือดีดี
อีกเล่ม ซะ แล้ววววว big smile

#6 By รักคือ? on 2010-11-19 01:51

confused smile

#7 By Lovelyjay on 2010-11-19 06:45

เรื่องของคนเพี๊ยน อืม หนังสือเล่มนี้ ไม่ได้ผ่านตาน่ะ แต่ดันไปผ่านสายตากับเรื่องจี้กง พระเพี๊ยน พระกินเหล้า ตลกปัญญาอ่อน ไร้สาระ ซะจนจุก กับสาระเนื้อใน ลึกๆ แต่ดูๆ หนังสือในเอนทรีนี้ แค่ตัวอย่างข้อความทำให้สะท้อนความรู้สึกคนอ่านได้ไม่ใช่น้อย

#8 By atpt1978 on 2010-11-19 07:31

แวะมาให้ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#9 By Natda on 2010-11-19 08:14

แสดงว่า น่าจะอ่านหนังสือเล่มนี้เพราะปกติไม่ค่อยเน้นจริยธรรมสักเท่าไหร่อยู่แล้วค่ะ 555++ ล้อเล่นค่ะ

ต้องยอมรับว่า คุณเอกเป็นคนที่เีขียนแนะนำแบบจูงใจให้อยากอ่านได้ดีจริงๆเลยค่ะ นับถือbig smile

#10 By Pat on 2010-11-19 08:24

ชอบเล่มนี้ที่สุดเท่าที่เคยอ่านงานของมูราคามิ...

เรารักมิโดริสุดๆเลย...

big smile
Hot! Hot! Hot!
อยู่ในมือแล้วค่ะเล่มนี้ แ่ต่ยังไม่กล้าอ่านอย่างจริงจัง
กลัวร้องไห้ค่ะ..ช่วงนี้ไม่อยากร้องไห้..

big smile big smile big smile

#12 By 1411 on 2010-11-19 08:39

อยากอ่าน..ไม่เคยอ่านของมูราคามิ เลยค่ะ แต่ก็พอจะรู้จัก จากที่เพื่อนๆในบล๊อกรีวิวมาบ้าง..


อ่านประโยคที่พ่อบอกว่า..ฉันยอมเสียแกสองคน ไม่อยากให้แม่ตาย

แอบคิดตามว่าถ้าเราเป็นลูกสาวจะน้อยใจพ่อไหม..ตอบว่าไม่เลยค่ะ..รู้สึก ทึ่งกับความรัก ของผู้ชายคนนึง ที่มอบให้ภรรยาเลย..(ทำไมรู้สึกดีกับคำนี้ไม่รู้สิ)..

คุณรีริวหนังสือ ได้น่าติดตาม ชวนให้น่าหามาอ่านมากๆเลยค่ะ big smile
Japanese has a very complex thinking over life, love and death...both methothical and eccentric in a bizarre way...big smile
I love how they can see beauty in all things...like the way they create Ikebana...

will check it out...next time in bookstore...
very detailed and excellent review on book...Hot!

#14 By rain drop hill on 2010-11-19 09:09

เคยแอบอ่าน..แค่อ่านไม่รู้เรื่องเหมือนกัน
แต่เดี๋ยวจะลองดูใหม่อีกซะครั้ง เผื่อจะเข้าใจbig smile Hot! Hot!

#15 By dP on 2010-11-19 09:32

ภาษาคุณสวยค่ะ น่าจะเป็นนักเขียนอาชีพนะ
แค่ได้อ่าน เรื่องที่เกริ่นไว้ ก็อยากจะหามาไว้สักเล่ม

ที่คิดว่าจะหามาอ่านนั้น เพราะรู้สึกว่า คนเขียนซึ่งเราไม่รู้จัก
เลือกนำมุมที่เว้าแหว่งของผู้คน ซึ่งมันมีอยู่จริงในทุกผู้คน
มาร้อยเรียงเป็นตัวละคร

วันนี้จะเข้าเมือง คงได้สักเล่ม


big smile

#16 By ตีรณา on 2010-11-19 10:45

คุณรีวิวเล่มไหน ก็รู้น่าอ่านไปหมดbig smile

#17 By มาเฟียหูกาง (58.8.250.133) on 2010-11-19 11:38

คุณรีวิวเล่มไหน ก็ดูน่าอ่านไปหมด

#18 By มาเฟียหูกาง (58.8.250.133) on 2010-11-19 11:38

หนังสือเล่มนี้ เป็นเล่มที่จับแล้วจับอีกในร้านหนังสือมาหลายครั้งแล้ว แต่ทำไมก็ไม่รู้ค่ะ ไม่เอากลับบ้านซะที..

อ่านเอนทรี่นี้แล้วอยากไปร้านหนังสือตอนนี้เลย ฮ่าๆๆ

ปล. ตอนนี้แอ้เพิ่งอ่าน คาราบัตกับโรงสีปิศาจจบไป (เวลาว่างน้อย ก็เลยนานๆ จะได้อ่านสักเล่ม) ยังมีรอคิวอีกเพียบเลย..

#19 By แอ้ on 2010-11-19 12:21

“To understand a woman, just imagine a man and remove reason and accountability” Hot! Hot! Hot!

สำหรับ เล่มนี้ หาไม่เจอแล้วครับ (ถ้าคนที่ส่งเล่มนี้มาให้ผมเค้ารู้เข้านี่อาจตายได้ 555+) น่าเศร้าใจ

เมื่อวาน จัดห้องใหม่ แยกหนังสือที่ยังไม่ได้อ่านกว่าร้อยเล่มออกมา (รวมถึงหนังที่ทวีคูณไปอีกหลายเท่า) แล้วก็ ... บอกความรู้สึกตัวเองไม่ถูกเหมือนกันครับ sad smile

คือเห็น อักษรตัวหนา มาวางที่ร้านได้หลายวันแล้ว แต่ก็มากล้าซื้อมา เพราะเกรงใจอีกหลายเล่มที่กองอยู่จัง sad smile(รวมถึงอีกหลายเล่มที่อ่านค้างไว้) อีกอย่างคือช่วงนี้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆบ่อย แล้วเวลาไปเที่ยวก็ไม่เคยเอาหนังสือไปเหมือนคนอื่น เพราะอยากซึมซับกับ 'การเที่ยว' ให้เต็มที่ มากกว่า ก็เลยไม่รู้ว่าจะได้อ่านเมื่อไร (อย่างวันพรุ่งนี้ก็จะไปภูหินร่องกล้ากัน)big smile

ปล. norwegian wood ทำเป็นหนังแล้วครับ รู้สึกว่าใกล้จะเข้าฉายแล้วด้วย big smile

#20 By keaaaa on 2010-11-19 12:30

อ่านรีวิวแล้ว ได้แต่ร้องในใจว่า "เสียเงินอีกแล้วตรู"

ชักจะไม่อยากเข้ามาอ่านบล็อกนี้แล้ว เข้ามาทีไรเป็นต้องมีรายการเสียเงินทุกทีquestion


Hot! Hot! Hot!
จดเข้าลิสต์ไว้อีกเล่มค่ะ เข้ากรุงคราวหน้าจะะลองหามาอ่านดูค่ะ^^

#22 By kik (113.53.87.0) on 2010-11-19 13:11

อยากอ่านหนังสือเล่มนี้มานานแล้ว

ในที่สุดก็ได้มาตอนงานหนังสือมีนา
ในจำนวนหนังสือที่ซื้อมาทั้งหมด
รวมกะของสัปดาห์หนังสือตุลาด้วย
ก็เยอะอยู่ที่ยังไม่ได้เปิดอ่านเลย

จะอ่านของนิ้วกลมก่อนเพราะเป็นไอดอลมาก
ถัดมาก็เล่มที่น่าสนใจเช่นทรงศีลถั่วงอกหัวไฟ
ที่เหลือก็แล้วแต่มือจะหยิบไปโดน 55+
และเล่มต่อไปก็คงเป็นเล่มที่แนะนำ

ขอบคุณที่จุดไฟอยากอ่านหนังสือเล่มนี้อีกครั้ง

Hot! Hot! Hot!

#23 By LittleDevil on 2010-11-19 13:52

@' I'm E29AZA ' เล่มนี้อ่านไม่ยากนะครับ อย่างที่ผมบอกว่าผมก็เคยอ่าน มูราคามิ ไม่รู้เรื่อง ลองให้โอกาส มูราคามิ อีกสักครั้งสิครับ ผมยังให้โอกาสเขาเลย 555 :)

@Shanghai Expat... 555 ผมว่าครั้งนี้คุณเขียนยาวมาก (ผมชอบ comment ยาวๆครับ) ก็เลย up ไม่ทันคุณ ' I'm E29AZA ' อันนี้ถือว่าเป็น comment มอบตัวหรือป่าวครับ เพราะคุณคือผู้ที่ผมอ้างถึงนั่นเองว่าแนะนำหนังสือเล่มนี้ให้ ขอบคุณครับที่แนะนำ มูราคามิ ให้ผมรู้จัก ส่วน south of the border, west of the sun ผมก็ถามหาพร้อม Norwegian Wood ในงานหนังสือตามที่คุณแนะนำครับ แต่ตอนนั้นยังไม่ออก ขอบคุณที่มาแบ่งเรื่องราวมุมมองส่วนตัวครับ เพราะบทสนทนาประกอบแบบนี้แหละครับ ที่ทำให้หนังสือมีรสชาติกลมกล่อมมากขึ้นครับ

@ zhomao มันเศร้าครับ แต่ก็อบอุ่นและงดงาม คือ มูราคามิ ทำให้เห็นว่า ทุกคนมีความเว้าแหว่ง มีความสับสนยุ่งเหยิง แต่ไอ้ความสับสนยุ่งเหยิงมันคือความธรรมดาของชีวิต ความธรรมดาที่เราหาความงามได้ ถ้าเลือกที่จะมอง

@ pigton สนใจก็อย่าปล่อยให้หลุดมือและลอยนวลนะครับ หยิบไปอ่านที่ร้านสิครับ อาจจะสร้างบทสนทนา กับ ลูกค้าที่เป็นแฟน มูราคามิ นะครับ :)

@ รักคือ? เอ ผมชักจูงสำเร็จมั๊ยน้อ ถ้าได้อ่าน ก็มาแบ่งปัน comment กันนะครับ ผมจะได้ดีใจว่าว่า ผมทำสำเร็จ :)

@Lovelyjay หยิบเล่มนี้ขึ้นเครื่องตอนไป อินเดีย เลย ครับ 555

@ atpt1978 เขาเพี้ยน หรือเราเองที่เพี้ยนเพราะไปคิดว่าเขาเพี้ยนก็ไม่รู้แฮะ หนังสือมันก็ทำให้เห็นว่าความไม่ปกติของแต่ละคนคือความธรรมดา อ่านแล้วผมรู้สึกว่าเงามันทับๆกันอยู่ครับ :)

@Natda ขอบคุณคร้าบ ดาวเยอะกว่านายพลอีกนะเนี่ย

@Pat วางเรื่องจริยธรรมไว้ก่อนอ่านเลยครับ แม้มันจะนอกลู่นอกทางบ้างแต่มันคือความงามของวัยนั้นครับ (ขอแค่ให้กลับมาบนเส้นทางได้ก็พอ) อยากให้คุณ Pat อ่านครับ เพราะ มูราคามิ เขาทำให้เรื่องพวกนั้นดูงามมากกว่าจะดูอนาจารจริงๆครับ ขอบคุณสำหรับคำชมครับ เป็นกำลังใจอย่างดียิ่งเลย แต่อย่างที่ผมเคยบอกไว้ว่าผมเอาเฉพาะหนังสือที่น่าอ่านและผมอ่านแล้วสนุก เมื่อผมอ่านแล้วสนุกผมก็แค่เอาอารมณ์นั้นมาเล่าสู่กันฟังครับ :)

@เจ้าหญิงน้ำแข็ง เจอนักอ่านมูราคามิเข้าให้แล้วสิ มิโดริ มี character ที่เจ๋งจริงๆครับ คือ เป็นผู้หญิงที่ดูเหมือนรักอิสระมาก มีปมซับซ้อน แต่กลับมีความรักที่งดงาม แหม ใครอ่านแล้วจะไม่รักมิโดริบ้างมั๊ยน้า
@1411 ผมว่าถ้าคุณร้อง คุณน่าจะร้องแบบมีความความสุขนะครับ ผมว่าอารมณ์เรื่องมันเจ๋งดีอะครับ ลองอ่านเถอะครับ บางครั้งน้ำตาก็ออกมาเพราะงามอิ่มใจนะครับ

@กระเจียว โดดเดี่ยว นั่นไงครับ ที่ผมบอก อารมณ์มันจะขัดแย้งอยู่ในที น่าจะเศร้าแต่เราก็กลับชอบ และถ้าคุณชอบอารมณ์หนังสือแบบนี้ ลองหยิบ มูราคามิ เล่มนี้มาอ่านดูนะครับ อย่าลืมว่า แค่ 2 บทคุณก็ตอบได้แล้วว่าเล่มนี้ใช่ของคุณหรือไม่ครับ :)

@ rain drop hill “I love how they can see beauty in all things...” จริงซะด้วยแฮะ แถมถ่ายทอดให้สิ่งที่ไม่น่าจะงาม ให้อบอุ่นได้ดีเอามากๆเลย แต่ก็นั่นแหละ “Japanese has a very complex thinking over life, love and death...both methothical and eccentric in a bizarre way...” ใช่มั๊ยครับ

@ dP ที่บอกว่าไม่รู้เรื่องใช่เล่มนี้หรือป่าวครับ ถ้าไม่ใช่ลองมาอ่านเล่มนี้ อาจจะเหมือนผมก็ได้ แต่ถ้าอ่านเล่มนี้แหละ แต่ยังไม่ชอบ คุณอาจจะไม่ชอบแนวนี้จริงๆก็ได้ครับ

@ ตีรณา โอ้ ช่างทำให้หัวใจชุ่มชื้นมากๆเลยครับ ขอบคุณนะครับ มันเป็นฝันที่ผมยังจับจ้องไม่เคยวางตาครับ และยังพยายามเดินเข้าหามันอยู่ครับ เข้าเมืองแล้วได้เล่มไหนมา มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ :)

@ มาเฟียหูกาง ถ้าน่าอ่านก็ไปหยิบหาแล้วมา comment แบ่งปันกันนะครับ จริงๆหนังสือมันน่าอ่านในตัวมันเอง แต่ผมทำหน้าที่เอามาส่งต่อให้ทราบกัน เท่านั้นเองครับ

@ แอ้ เข้าร้านครั้งหน้า พาเขามาเยี่ยมบ้านนะครับ แล้วมาบอกกันหน่อยว่าเขาทำให้คุณรู้สึกอย่างไร คุยกันถูกคอมั๊ย หรือเอ เดินไปร้านหนังสือเลยดีมั๊ยเอ่ย :) ส่วน คาราบัตกับโรงสีปิศาจ เป็นแนวไหนครับ ไม่คุ้นตาแฮะ

@keaaaa ได้ดูมั๊ยครับ As Good As It Gets เอามา review ที่ blogสิครับ แต่ถ้ายังไม่ได้ดู ขออนุญาตแนะนำเลยครับ แหม่ ท่าทางคนที่ฝากเล่มนี้ให้คุณน่าจะเป็นคนที่มีความพิเศษ หรือ ไม่ก็พยายามจะสื่ออะไรพิเศษถึงคุณ อย่าให้เขารู้เลยครับว่าคุณหาไม่เจอ
เรื่องกองหนังสือผมจะพยายามไม่ให้เกินแบบ 10-20 เล่มครับ ไม่งั้นมันจะถูกลืมแล้วบางทีดองนานมันหมดแรงจูงใจที่จะหยิบมาอ่านครับ ผมเพิ่ง
ภูหินร่องกล้าผมเพิ่งไปมาเมื่อธันวา 2 ปีก่อนนี่เองครับ อากาศดีเชียว ส่วนปีก่อนไปปางอุ๋ง นี่ก็คุยกับเพื่อนๆอยู่ว่าถ้าไปไหนไม่ทัน ก็จะขับไปนอนเขาค้อนี่แหละครับ ขอให้สนุกสนานและเดินทางปลอดภัยครับ (จริงๆตอนนอนตากอากาศสบายๆ เอาหนังสือมานอนอ่านก็มีความสุขดีนะครับ)

@ มุมเล็กๆ ของเราสองคน ผมถือว่าเป็น comment ที่ผมชื่นใจมากๆอันนึงเลยครับ เพราะทุกครั้งที่เพื่อนๆบอกว่าแวะมาแล้วอยากไปหาซื้อมาอ่าน มันเป็นอารมณ์ที่สร้างรอยยิ้มได้ดีจริงจริ๊งงงง

@ kik ลองดูสิครับ น่าอ่านมากๆ ครับ ของคุณผาดก็อยู่ในคิวถัดจากวรรณกรรมตุรกีนี่แหละครับ :) วันก่อนผมไปทักทายที่ FB คุณผาดตอบกลับมาสนุกดีครับ

@ LittleDevil อย่าปล่อยให้เล่มนี้ไปอยู่ท้ายแถวนะครับ ไม่งั้นมาบ่นเสียดายว่าทำไมเพิ่งมาอ่านไม่ได้นา :) อ่านแล้วว่างๆมา comment แบ่งกันนะครับ
> 0<

จะเปนหนังฉายแล้วววววววว

แหม่ เขียนได้เข้าจังหวะดี

ปล เราชอบปกทุกเล่มของเขา

แต่ไม่เคยเชื้อเชิญเขาเข้ามาในใจเลยยยย
พิมยาวไปหน่อยเลยอดเป็นคนแรกเลย 555

ที่พิมยาวเพราะมันเป็นหนังสือเล่มโปรดแหละครับ แต่ไม่สามารถเขียนบรรยายออกมาได้เหมือนคุณเลยขอแจมๆ บวกๆความเห็นเอาครับ

#27 By Shanghai Expat... on 2010-11-19 19:47

ภาพปกดูน่ากลัว แต่เนื้อหาน่าอ่าน

ไว้ต้องลองหามาอ่านบ้างแล้วค่ะ^^Hot!

#28 By OyoSunAn on 2010-11-19 23:31

ถ้าเป็นคุณนพดลแปล ก็น่าอ่านค่ะ เพราะตามปกติเห็นมูราคามิบนแฝงทีไหน มักจะไม่เห็นฉันที่นั่นsad smile
กลับไทยคราวนี้
คงได้ไปสอยมาอ่านอีกหลายเล่มเลยล่ะคะbig smile

#30 By รักคือ? on 2010-11-20 01:55

ผมยังไม่มีโอกาสอ่านมูราคามิซักที มีอยู่...แต่....ครับ...ขอบคุณที่เยี่ยมชม ลองดูไปเรื่อยๆบางทีอาจได้อะไรบ้างไม่มากก็น้อยconfused smile

#31 By N u jone on 2010-11-20 11:52

confused smile ขอบคุณจ้ะ

โอว..บล็อกนี้แนะนำของดีๆเพียบ..

#32 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2010-11-20 12:23

น่าลองอ่านดูเหมือนกันนะนี่ (ถึงจะดูเข้าใจยากก็เถอะ) confused smile confused smile

#33 By ||┃Junshoku|┃||┃ on 2010-11-20 13:32

"หัวไฟ" ..


กด LIKE ค่ะพี่เอก big smile

#34 By ' I'm E29AZA ' on 2010-11-20 15:29

ใช้ภาษาได้งดงามนะ

ถ้าบอกว่าเด็กไม่ควรอ่าน เด็กอายุเท่าไรละ
เจ้นั้น ตอนอายุ 9 ขวบ แม่ให้ไปถูกบ้าน
ในห้องนอนพี่ชาย เจอหนังสือโป๊ไม่มีภาพ
ชื่อ ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก
เจ้อ่านใหญ่เลย โดยไม่อิน ไม่เก็ต ไม่โอ
เพราะเรายังไม่วัยสาว

แถมยังไปคุยอวดว่า อ่านเรื่องนี้คิดว่าผุใหญ่จะชมนะ
พี่สาวด่ายับเลย แล้วตามไปด่าพี่ชายด้วย อิอิ

แล้วเจ้ได้อ่านหนังสือผู้ใหญ่สุดยอด เมื่อเบื่อหาเพื่อนเล่นไม่ได้ เลยเข้าห้องสมุด เจอเรื่องแปลของสันตสิริ
ทรัพย์ในดิน อ่านติดจนไม่ไปไหนแล้ว
และยังตามต่อเรื่อง แผ่นดินนี้ใครจอง

นี้คือการจุดประกายการอ่านของเจ้

confused smile confused smile confused smile

#35 By ปิยะ99 on 2010-11-20 16:00

ขอโทษด้วยครับ พอดีส่ง ems. ไม่ได้ ขออนุญาคอมเมนท์ในนี้นะครับ

แวะมานอนบ้านเพื่อนที่พิจิตรครับ เลยตัดสินใจวันนี้ขออยู่กินนอนเล่นสนุกๆที่นี่เลยละกัน เลยถือโอกาสใช้คอม (ของมัน) อัพบล็อกและแวะมาคอมเมนท์ซะเลย 555+

as good as it gets ดูหลายรอบแล้วครับ จำได้ว่าถึงตอนที่เฮียแจ็คเอ่ยคำชมต่อนางเอก ผมนี่ขนลุกตื้นตันมากเลยครับ เป็นหนึ่งในหนังที่ชอบ top 20 เลยเรื่องนี้ (บางเวลาก็ติด top 10 ด้วย)

โปรแกรมต่อไป ให้ทายครับ มันอยู่ที่เพชรบูรณ์ 555+
รอให้เพื่อนอีกคนเสร็จงานครับ จะขับไปกันเย็นนี้เลย :)sad smile

ขอให้มีความสุขกับชีวิตครับผม big smile

#36 By keaaaa on 2010-11-20 16:12

ปล. ภูหินร่องกล้าช่วงนี้ยังไม่หนาวเลยนะ sad smile

#37 By keaaaa on 2010-11-20 16:13

Hot! Hot! Hot!
กะจะจิ้มมาตอบว่า ใช่ค่ะ เป็นน้องโรงเรียนพี่big smile
แต่พอเข้ามาดูแล้วรู้สึกว่าต้องตอบมากกว่านั้นซะแล้ว

เคยมีเพื่อนแนะนำให้อ่านมุราคามิเหมือนกันค่ะ
แต่ก็มีเพื่อนบอกว่าไม่รู้เรื่อง
ยังไม่เคยลองซักที

ไว้เอนท์ติดแ้ล้วจะลองเริ่มด้วยเล่มนี้ดีกว่า big smile

#38 By คุ๊บ on 2010-11-20 16:17

@ไอติมตากแห้ง บังเอิญครับ เพราะ คุณ Shanghai Expat แนะนำมาก็ไปสอยจากงานหนังสือ แล้วก็เพิ่งอ่านจบ แล้วบังเอิญเจ๋งมาก ก็เลยบังเอิญต้องเอามาขึ้นโดยด่วน แซงคิวเพื่อนๆไปหลายเล่ม

@Shanghai Expat... หนังสือมันให้อารมณ์แบบนั้น ผมไม่ได้แต่งเติมนะคร้าบบ

@OyoSunAn ผมว่าการได้ลองอ่านนักเขียนที่มีวิธีเล่าเรื่องแปลกๆแบบนี้มีประโยชน์มากกว่าเเค่สนุกนะครับ พอดีเล่มนี้เป็นเล่มที่เหมาะทำความรู้จักกับ มูราคามิ ครับ

@นางสาวความสุข ผมก็เป็นแบบคุณเลย หลังลอง มูราคามิ เล่มเเรกก็รู้สึกว่า สงสัยจะคบกันไม่ยืด โชคดีที่เพื่อนๆในนี้มาแนะนำให้ลอง แล้วมันก็เด็ดครับ

@รักคือ? สอยเล่มไหน อ่านเเล้ว เป็นอย่างไร ว่างๆแวะมา comment นะครับ ไม่ว่าชอบหรือไม่ จะได้เป็นแหล่งข้อมูลให้คนที่เเวะมาครับ

@ N u jone ถ้ามี มูราคามิ เล่มนี้ลองหยิบมาสิครับ แต่ถ้าเล่มอื่นระวังนิดครับ เพราะ ผมเคยเซ็งมูราคามิ มาแล้ว โชคดีเพื่อนๆในนี้แนะเล่มนี้มา ส่วน blog คุณจะเเวะไปเรื่อยๆครับ เผื่อจะลองวาดสีน้ำเล่นบ้าง

@ \\(..U 3U..)//จุ๊บุ ของดีถ้าวางเฉยๆ มองเฉยๆ ก็ไม่มีทางเป็นของดีนะครับ :)

@∥∥JunShoKu∥∥∥∥ ไม่เชิงว่าเข้าใจยากนะครับ อาจจะเหมาะกับวัยรุ่นแบบคุณก็ได้นา เพราะเรื่องราวเป็นเด็กวัยก่อน 20 พอดีครับ

@ ' I'm E29AZA ' ตกลงตั้งชื่อ ต้นสัปปะรด ว่าหัวไฟเนอะ (เผื่อท่านอื่นมาอ่านเเล้วงง คือ น้องเขาให้ช่วยกันแนะนำชื่อ เพื่อไปตั้งให้ต้นไม้ครับ 555)

@ปิยะ99 ไม่เชิงบอกว่าเด็กไม่ควรอ่านครับ ผมแค่บอกว่าถ้าอ่านเอาจริยธรรม เล่มนี้อาจจะแนวนอกลู่นอกทาง แต่อยากให้ดูแก่นเรื่อง เพราะไม่ได้เรื่องจริยธรรมครับ ผมก็แก่แดดแก่ลมครับ แอบดู ภาพดาราชุดว่ายน้ำจากเก๊ะพี่เหมือนกัน มันซ่อนแหละแต่เรารู้ที่เก็บกุญแจ ดูเสร็จก็เก็บกลับ ฮา .... จนแก่ปานนี้เรื่องนั้นก็กลายเป็นความลับนิรันดร์ครับ :)(คำว่าภาษาสวย สร้างความปลื้มใจให้ผมมากครับ ขอบคุณครับ)

@keaaaa EMS ก็มาปกติดีนะครับ ส่วนภูหิน ผมไปตอนนั้นช่วง ธค ครับ เพชรบูรณ์ ก็เขาค้อ น้ำหนาว ทุ่งแสลงหลวงครับ :)

@คุ๊ บ. ละอายถ้าใช้คำว่าพี่ เพราะ พี่รุ่น 52 (โห เหนียงยานเลย) มูราคามิ อ่านยากเล็กๆ พี่เคยเริ่มเล่มอื่นไม่ชอบ แต่เล่มนี้มีคนแนะนำก็ลองใหม่ เด็ด มาก ขอให้เอ็นท์ ติดครับ แล้วแวะมาหาหนังสืออ่านที่ blog นะครับ หนังสือ ดีๆทั้งนั้นครับ
“คุณรู้ไหมวันที่แม่ตาย พ่อบอกกับเราสองคนว่าไง?-ฉันยอมเสียแกสองคน ไม่อยากให้แม่ตาย” ฮ่าๆ

ฮาขี้เเตกเลยประโยคนี้ ชอบจัง

ใช้ภาษาได้เท่มากๆ

Hot! Hot! Hot! Hot!

#40 By มันเผา on 2010-11-20 18:07

http://movie.mthai.com/movie-profile/movie-fixture/67217.html

หนังใกล้ลงโรงแล้วครับ

ได้ L จาก deathnote มาเป็น โทรุวาตานาเบะ
รินโกะ จาก Babel มาเป็น นาโอโกะ

ส่วนคนมารับบทมิโดริ (ตัวละครโปรดของผม) ผมไม่รู้จักมาก่อน แต่แค่ดูรูปก็ขนลุกแล้ว เหมือนที่จินตนาการไว้ไม่มีผิด!!!

#41 By Shanghai Expat... on 2010-11-20 21:51

@มันเผา ภาษาเท่ห์ พี่เข้าใจได้ ฮาขี้เเตกกับประโยคนั้น ไม่เข้าใจอะครับ แต่อย่างไรก็ดีมีภาษาเท่ห์ๆเยอะ ซึ่งต้องยกความดีให้คุณนพดลด้วย เพราะแปลได้ดีมากๆ

@Shanghai Expat... จริงๆผมไม่ชอบเรื่อง Death Note เล้ยยย ดูแล้วหงุดหงิด คงเพราะวัยนั่นแหละ (ฮา) แต่ถ้าได้มาเล่นหนังที่บทหนักขนาดนี้ เขาน่าจะมีดีทีเดียว คนที่เเสดงเป็น มิโดริ ก็คงอ่วมถ้าเอาคนดูไม่อยู่ เรื่องนี้จะไปดูโรงแน่นอน ไม่รอ แม่สาย (ฮา)
เห็นเพื่อนอ่านเหมือนกันครับ แต่อ่านไปแล้วรู้สึกอึมครึมบอกไม่ถูกแฮะ =w=a

ผมอ่านข้ามๆ นิดๆ น่ะนะ แล้วยังไงจะลองไปดูจริงๆ จังๆ นะครับ ^^

ขอบคุณที่แนะนำอะไรน่าสนใจให้ลองมาอ่านดูนะครับ big smile

#43 By 暁或無_-_Akatsuki Arumu on 2010-11-21 20:12

暁或無_-_Akatsuki Arumu มันอึมครึมอย่างที่คุณว่าเลยครับ แต่มันให้อารมณ์ที่จะเรียกอะไรดีหละ การค้นหาความรัก หรือ การค้นหาตัวเองในวัยนั้น ซึ่งผมที่ผ่านวัยนั้นมานานอยู่ รู้สึกว่ามันสัมผัสได้ แต่ความเด่นคือการเล่าเรื่องการใช้ภาษา และ ความเหนือชั้นคือทำเรื่องใต้กระโปรงให้รู้สึกงดงาม ถ้ามีเวลาลองดูอีกสักครั้งสิครับ
เคยอ่านรวมเรื่องสั้นของมูราคามิแต่ยังไม่เคยอ่านเรื่องยาวเลย ก็รู้สึกว่ารสเขาแปลกดีครับ แปลกแบบชีวิตนี้ไม่เคยกินมาก่อนแต่ถูกปากนะ

ช่วงนี้ภารกิจเยอะเหลือเกิน ไว้มีที่เรียนแล้วจะรีบอ่านแน่ครับopen-mounthed smile

#45 By Annu on 2010-11-22 18:34

@Annu เล่มนี้รสเด็ดครับ แต่ เรือเชื่องช้าสู่เมืองจีน เล่มแรกที่ลองชิมเล่นเอาท้องไส้ปั่นป่วนครับ

"ไว้มีที่เรียน" ประโยคนี้ ทำให้ผมรู้สึกว่ามีอะไรไม่ดีหรือป่าวครับ ยังไงก็สู้ๆครับ
ได้ชื่อหนังสือไหม่ๆอีกละcry

#47 By watanuki on 2010-11-22 22:48

ชะ ว้าบ บ บ บ

ไว้ตอบให้แน่ท่าน

ในเอนทรี่ต่อไป

๕๕๕๕

> 0<

ได้ไปมีตติ้งกับพวกลุงเด้งไหมครับ บ บ สงสัย ๆ
..รู้สึกเหมือนโดนดูดด

ประโยคที่ตัดมาสวยมากๆ คุณคนเขียนรีวิวก็ใช้ภาษาเก่งมากเลยค่ะ! อ่านแล้วอยากไปหามาอ่านบ้าง

เข้าร้านหนังสือรอบหน้าคงไม่ต้องคิดแล้วว่าจะหยิบเล่มไหนดี T T" (เสียตังค์ชัวร์)

#49 By hanna on 2010-11-23 01:25

ถ้าคุณอ่านไป 2 บทแรก แล้วคุณยังไม่รู้สึกสนุก
วางมันลง หรือ มอบให้คนอื่นเถอะครับ
ผมบอกได้เลยว่า ภายใน 2 บท ถ้ายังไม่โดน
หนังสือเล่มนี้ อาจจะไม่เหมาะกับคุณ
<<<ชอบตอนจบอะค่ะ เคยอ่านสือที่คนอื่นว่าสนุก ลองอ่านเองยังไงก็ไม่สนุก อดทนอ่านจนจบ..ก็ไม่สนุกอยู่ดี sad smile

ว่าแต่รีวิวซะอยากอ่าน ถ้ามีโอกาสจะไปหาของมุราคามิมาทดลองอ่านนะคะ open-mounthed smile Hot!

#50 By subsub on 2010-11-23 11:12