วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์

 ISBN: 974-92591-1-4                      974-322-255-3

จำนวนหน้า 157 หน้า                          134 หน้า

ราคา 130 บาท                                  108 บาท

สำนักพิมพ์ A Book                             macaroni book

 

หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมรู้จักวงศ์ทนง

 

ก่อนหน้านี้แมกาซีนที่เจ๋งสุดยอดของผม

มีเล่มเดียวคือ ไปรยาลใหญ่

แต่เมื่อรู้จัก วงศ์ทนง ผมก็ได้รู้ว่า ไปรยาลใหญ่

ได้มาอวตารใหม่แล้ว  ชื่อ A Day

 

หญิงสาวนักขายขนมปัง ถึงปัจจุบัน

อาจจะพิมพ์ถึง 10 ครั้งไปแล้ว

โดยในการพิมพ์ครั้งที่ 1-2 ใช้ชื่อ เรื่องเล็ก

เเต่เมื่อเปลี่ยน สำนักพิมพ์ จึงกลายมาเป็น

หญิงสาวนักขายขนมปัง ซึ่งเป็นชื่อเรื่องหนึ่งในนั้น

 

ผมชอบเล่มนี้ตั้งแต่เรื่องเเรก "วัยเยาว์ไม่อยู่กับเรานาน"

ผมอยากจะพิมพ์ตัวอย่างสั้นๆมาให้อ่านกัน

แต่ผมเลือกออกมาไม่ถูกจริงๆครับ

ถ้าพิมพ์คงต้องลอกมาทั้งเรื่อง

ตอนผมอ่านเรื่องนี้

ผมก็นึกถึงภาพตัวเองกับพี่สาวตอนเด็กๆ

แล้วน้ำตาผมก็ไหลออกมา

ผมว่าใครที่มีพี่สาวน้องสาว

ถ้าอ่านคงได้น้ำตาไหลกันบ้างหละ

เพราะวัยเยาว์ไม่อยู่กับเรานาน จริงๆ

 

การเดินทางกลับของรูปถ่าย

ก็ทำให้ผมต้องไปคุ้ยรูปสมัยมัธยมมานั่งดูอีกครั้ง

ในมุมมองที่เปลี่ยนไป

และในอารมณ์ที่แตกต่าง

 

หญิงสาวนักขายขนมปัง

ทำให้ผมรู้สึกว่าถ้าเราละเอียดอ่อนกับชีวิต

และสิ่งรอบตัว อีกสักนิด

บทสนทนาเล็กๆกับคนแปลกหน้า 

ก็อาจสร้างรอยงามๆในชีวิตคุณได้

 

ถ้าคุณเป็นคนที่ยังเก็บสมุดพกตั้งเเต่เด็กไว้ทุกเล่มเหมือนผม

คุณคงอ่านเรื่องขุมทรัพย์ ได้สนุก

และด้วยรอยยิ้มเหมือนผม

เสร็จแล้วอย่าลืมไปค้นสมุดจดงานเก่าๆมานั่งดูนะครับ 

 

คุณ วงศ์ทนง ทำให้ผมรู้ว่า

เราตัดสินคนที่หน้าตา

ไม่ได้จริงๆ

ใบหน้าที่ไม่มีเค้าความอ่อนโยน

หนักไปทางจิ๊กโก๋ซ่าๆเสียด้วยซ้ำ

แต่กลับมีความละเอียดอ่อนในชีวิตเหลือเกิน

แต่ชายที่ละเอียดอ่อนในชีวิตคนนี้นี่แหละ

ที่เขียนจดหมายขอทุนจากแฟนหนังสือ

จนได้เงินตั้งต้น 1 ล้านบาท และนั่นคือที่มาของ A Day

เค้าได้แรงจูงใจจาก โน๊ต อุดม ที่เล่าถึงความเป็นมา

ของแมกกาซีนระดับโลกเล่มหนึ่ง

ที่ตั้งต้นจาก นักศึกษาที่เรี่ยไรเงินจากแฟนนิตยสารทำมือของเขา

จนในที่สุดเติบโตไปสู่ระดับโลก

วงศ์ทนง เคยให้สัมภาษณ์ว่าผมไม่เคยรู้เลยว่าเรื่องที่ โน๊ตเล่า

เป็นเรื่องจริงหรือไม่

แต่มันก็ไม่สำคัญไม่ใช่หรือ

 

เอาเป็นว่า ไม่ใช่หนังสือที่จะหา

ความรู้อันใด

แต่หากอยากเห็นแง่งามง่ายๆ

และความละเอียดอ่อนใกล้ๆตัว

หนังสือเล่มนี้จัดให้คุณได้อ่านแบบ

ละเลียด ละเมียด  ละมัย

และ ถ้าได้นั่งอ่านในวันฝนพรำฟ้าครึ้ม

ผมเชื่อว่า

คุณจะต้องโทรหาใครสักคน

ในขณะอ่านบางตอน

ผมท้าเลยเอ้า

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แวะมาทิ้งคอมเม้นท์question

#1 By Natda on 2010-09-03 00:07

กลับมาอ่านหลังจากrefreshแล้ว
(คอมเม้นท์อีกรอบ) cry

#2 By Natda on 2010-09-03 00:36

@ Natda อย่าเเค่แวะมาทิ้ง comment นะครับ
ว่างๆไปลองหาอ่านดู แล้วจะนึกถึงเรื่องขำๆ ตอนเด็กๆกับน้องสาว
@ 11th line : ตอนนี้ก็ยังเด็กอยู่ค่ะ ฮ่าๆๆ

#4 By Natda on 2010-09-03 00:41

[เขียนแล้ว พอคลิกส่ง ก็หายไปหมดเลย..
เอาใหม่ จะเขียนได้เหมือนเดิมไหมเนี่ย..]

แนะนำหนังสือกี่เล่มๆ ก็น่าอ่านหมดเลยค่ะ แต่จะหาเจอไหมล่ะเนี่ย.. ไม่เป็นไรค่ะ จำปกไว้ ซักวันเจอจะได้จำได้ (แอ้ไม่ค่อยสั่งหนังสือค่ะ ชอบเดินหามากกว่า รู้สึกว่าหนังสือก็เหมือนพรหมลิขิต ถ้าเราจะได้อ่านมัน สักวันมันก็ต้องเจอเองนั่นแหละ อันนี้หมายถึงหนังสือจริงๆ นะคะ)



big smile

#5 By แอ้ on 2010-09-03 00:55

@ แอ้ ขอบคุณครับ ที่ยังอุตส่าห์พิมพ์มาให้ใหม่
ตัวหนังสือเหมือนเดิมมั๊ย ไม่ทราบ
แต่สร้างกำลังใจได้ดีเหมือนเดิมแน่นอนครับ

ผมว่า หญิงสาวนักขายขนมปัง หาไม่น่ายาก
แต่เรื่องเล็กๆ คงต้องหาจากหนังสือมือสองตาม internet แล้วหละครับ

ขอให้หาเจอนะครับ จะรออ่าน comment ครับ
มารับคำท้า จะรีบไปหามาอ่านก่อนที่ฤดูฝนจะลาไกลคะbig smile
เล่มนี้ได้แซงคิว article อื่นในมือแน่
เริ่มสนใจหนังสือของ A book จากที่นี่

#8 By มาเฟียหูกาง (58.8.62.209) on 2010-09-03 09:29

ตอนนี้..กำลังเก็บเงินไล่ซื้อหนังสือของคุณวงศ์ทนงอยู่เลยค่ะ..ฮา..
เรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งใน list
และอยากอ่านเรื่อง Bearwish ค่ะ..
คำโปรยน่าหามาครอบครองยิ่งนัก..

"ใคร ที่ยังไม่เคยอ่าน "Bearwish" อย่าเพิ่งคิดว่าคุณได้อ่านงานที่ดีที่สุดของ "วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์" เป็นอันขาด!"

ส่วนเรื่องหญิงสาวนักขายขนมปัง..
นอกจากความที่อยากอ่านเป็นทุนเดิมอยู่แ้ล้ว...
วันนี้เพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว..จากคำท้าท้ายเอ็นทรี..
เป็นคำท้าที่น่าพิสูจน์เชียวค่ะ..
big smile

#9 By 1411 on 2010-09-03 10:54

@ มุมเล็กๆ ยังไงมาบอกด้วยนะครับ ว่าผมแพ้หรือชนะ :)

@ มาเฟียหูกาง หนังสืออ่านสบายควรนำหน้าหนังสืออ่านเรียนอยู่แล้วครับ 555

@ 1411 เห็นด้วยเลยครับ เพราะเมื่อวานลังเลว่าจะเอาเล่มไหนของคุณวงศ์ทนงขึ้น แต่เลือกเล่มนี้ก่อน Bearwish เพราะผมรู้จักตัวตนเค้ามากขึ้นกว่าชื่อจากเล่มนี้ อย่างไรก็ดี Bearwish จะตามมา up แต่เว้นสักพักก่อน เดี๋ยวหาว่าเชียร์ วงศ์ทนงเกินงาม ขอบคุณที่อาหนังสือมาช่วยกระตุ้น และ แบ่งปันคนอ่านครับ
คุณโหน่ง วงศ์ทนง เป็นคนีท่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมอย่างมากมายเลยครับ ผมได้อะไรทุกครั้งจากการอ่านตัวหนังสือหรือบทสัมภาษณ์ของเขา(ไม่ว่าเขาจะอยู่ฝั่งไหนของการสัมภาษณ์) กระทั่งหนังสือที่เขาแนะนำให้อ่าน (ขนาดไม่กี่คำในทวิตเตอร์ก็ยังมีผล)

ทั้ง 2 เล่มนี้ก็เช่นเดียวกันครับ มันเป็นเหตุผลให้ผมเริ่มรู้สึกอยากลุกขึ้นมาทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมบ้าง เล่มที่ทำให้ผมอยากเขียนบล็อกคือ a day story หรืออย่าง ล่าสุด มัชฌิมนิเทศ และ bearwish มันก็ทำให้ผมเปลี่ยนวิธีการคิดและมุมมองต่อโลกใบนี้ไปอย่างสิ้นเชิง รู้สึกดีจริงๆครับที่มีงานดีๆจากความคิดของเขาออกมามากมาย big smile

Hot! Hot!

#11 By keaaaa on 2010-09-03 12:30

เรื่องในแง่ลบของจอห์น แนช ผมก็ได้อ่านมาบ้างครับ เห็นด้วยที่ว่าอัจฉริยะส่วนใหญ่จ่ายแพงเสมอ

ปล. # 5 - เป็นเหมือนกันกับคุณแอ้เลยครับผม จนพาลอยากจะย้ายบล็อก ถ้าไม่ติดว่ายังมีบล็อกดีๆอีกมากมายอยู่ใน exteen เช่นบล็อกนี้ big smile

#12 By keaaaa on 2010-09-03 12:32

@ keaaaa ผมเคยซื้อ A-Day Story 20 เล่ม แจกน้องๆใน office ตอนปีใหม่ 3 ปีก่อน อยากให้อ่านกันเยอะๆ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าใครอ่านบ้าง เพราะ ผมจะทำโครงการห้องสมุดสุดปลายจฒุก รวบรวมหนังสือ บริจาคโรงเรียนต่างจังหวัด quarter ละครั้งมีวันนึงผมก็เห็นหนังสือลายมือผมในกองบริจาค แต่ผมรู้สึกดีที่มันจะได้ไปสู่มือน้องๆโรงเรียนในต่างจังหวัด

คุณโหน่งเป็นแรงบันดาลใจผมเช่นกัน และผมก็เพิ่งได้ postcard คุณโหน่งไม่นานจากการตาม twitter เขา

ผมอยากจะขอร้องว่าอย่าเพิ่งย้ายไปไหนเลยครับ ผมจะได้มีเพื่อนบ้านพูดคุยเรื่องหนัง และ อยากจะบอกว่าคุณ keaaaa เป็นหนึ่งในคนที่ทำให้ผมยังรู้สึกสนุกที่จะทำต่อ มีน้องสาวคนหนึ่งมาฝากชมว่า ชอบ comment คุณ keaaaa ครับ
หนังสือชื่อเรื่องดูธรรมดาๆ แต่พอ จขบ.เขียนแนะนำหนังสือเล่มนี้ดูน่าสนใจขึ้นเลยค่ะ big smile big smile

#14 By Pat on 2010-09-03 15:12

@ Pat หนังสือดีหนะครับ ก็เลยเขียนแนะนำง่ายครับ
ไม่ต้องทำอะไรมากครับ
รู้สึกยังไงก็เขียนเลย
ขอบคุณที่เเวะมา
ถ้าได้อ่านเเล้วว่างๆเข้ามาทิ้งความเห็นไว้นะครับ
มาเจอคลังหนังสือซะแล้วซิbig smile
ที่จามจุรีสแควร์หมดเกลี้ยง ของเค้าดีจิง ยิ่งทำให้อยากอ่าน เปลี่ยนเป็นขอยืมจากคุณ the eleven line แทน =)

#18 By มาเฟียหูกาง (58.8.64.22) on 2010-09-04 18:20

@ ตะกร้าเก็บฝัน ได้อ่านเล่มไหนแล้ว ว่างๆมา comment แบ่งปันกันนะครับ

@ มาเฟีย ได้เลยคร้าบบ
เป็นแฟนงานคุณวงศ์ทนง เหมือนกันค่ะ ตามเก็บทุกเล่มเลย ทั้งสองเล่มนี้ก็มี อ่านแล้วชอบมากๆๆ อยากแนะนำให้หา TRY ค่ะ เล่มเล็กๆ ประมาณ ครึ่ง A4 ปกแข็ง มีปกหลายสี เล่มนี้ก็ดี มากๆ ค่ะ ลองดูนะคะ ^^

#20 By mei_jern on 2010-09-12 01:10

@ mei_jern เจอแฟนคุณ วงศ์ทนง อีกคนแล้ว เคยเห็น TRY แต่ยังไม่ได้หยิบมา เพราะมีคิวหนังสือวางอยู่เลยไม่อยากกองไว้มากนัก เดี๋ยวงวดหน้าจะไปหยิบมาครับ
TRY หยิบมาอ่านได้เลยค่ะ พกไว้เป็นพ็อคเก็ตบุุ๊ค แบ่งเป็นตอนๆ อยู่แล้ว มีเวลาสัก 5 นาที ก็อ่านได้ รับรองว่าจะได้แง่คิดดีๆ และแรงบัลดาลใจให้อยากลุกมาทำอะไรสักอย่างแน่ๆๆ ค่ะ ^^

#22 By mei_jern on 2010-09-17 00:05

@ไปร้านหนังสือ งวดหน้าจะฉกมาอ่านครับ
เคยอ่านแล้วครับ ชอบมาก แต่เพื่อนทำหายไป คอนนี้ยังหาซื้ออยู่เลยครับ ไม่รู้มีที่ไหนบ้าง ใครมี รบกวนติดต่อ 089-2881819 ทีนะครับ จะขอบคุณมากๆเลย

#24 By หนุน (10.0.1.186, 110.77.154.204) on 2012-02-14 14:42

@หนุน ผมตอบคุณหนุนไปทาง SMS แล้วนะครับ