เรื่อง : วันที่ถอดหมวก

สำนักพิมพ์ : สามัญชน

เขียน : เสกสรรค์ ประเสริฐกุล

ราคา : 150 บาท (พิมพ์ครั้งที่ 3, กค. 2556)

ISBN : 974-9748-39-5

“วันที่ถอดหมวก” … และวางอคติ


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

1.) โครงการดีๆสนุกๆ “ห้องสมุดสุดปลายจมูก” http://www.facebook.com/LibraryAtYourNoseTip

2.) แวะอ่านความคิดของผม http://thelastquestion.exteen.com/20110820/entry

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ 

วันที่ 21 ตุลาคม 2013

ผมเดินหาหนังสืออยู่ในงานหนังสือ

ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์

สำหรับผมหนังสือคงเป็นสิ่งของเพียงไม่กี่รายการในชีวิต

ที่ผมสามารถใช้คำว่า เดินช้อปปิ้งได้

เพราะสำหรับผม

เวลาไปเดินซื้อของผมจะมีรายการไว้หมดแล้ว

เราก็แค่เดินไปตามจุดขาย หยิบๆๆๆ จ่ายเงิน แค่นั้นเอง

แต่การช้อปปิ้งต้องประกอบด้วยการทอดน่อง

แอบฟังว่า คนนั้นคนนี้ พูดถึงของชิ้นโน้น ชิ้นนี้ว่าอย่างไร …

ผมได้ ‘วันที่ถอดหมวก’ จากการ ช้อปปิ้งครับ

 

นี่ไม่ใช่หนังสือเล่มแรกของอาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ที่ผมอ่าน

ยิ่งของครอบครัว ประเสริฐกุลแล้ว

ผมได้อ่านงานเขียนครบทั้งครอบครัวแล้ว

งานเขียนของอาจารย์เสกสรรค์

จะทำให้รู้สึกหนักหัวตลอดเวลา

อ่านไปคุณจะรู้สึกว่าคุณเดินอยู่ในดินแดนที่กำลังเต็มไปด้วยการต่อสู้

หากไม่แล้วก็จะเป็นดินแดนที่แสนเปลี่ยวเหงา

งานเขียนอาจารย์ให้มุมมองที่ดี

เรื่องความผูกพันธ์ มิตรภาพ และความพลัดพราก

การต่อสู้และการปล่อยวาง

 

‘วันที่ถอดหมวก’ เนื้อหาก็ตรงตามนั้น

เรื่องราวอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็นที่ยอมรับไปทั่วแผ่นดิน

ต่อสู้กับความกลัว

และทำความเข้าใจ

กับชีวิตหมาที่นอนเฝ้าบันไดตึกตัวหนึ่ง

แค่ถอดหมวก

คุณก็เข้าใจ

“วินาทีนั้นผมจึงตระหนักว่า ‘สัตว์เถื่อน’ ที่กำลังก้าวพ้นบาดแผลเก่าๆ มิได้มีแค่ตัวเดียว”

 

อ่านงานอาจารย์แม้จะเปลี่ยวดาย

ก็ไม่วายมีสายไยพันไปในอดีต

อาจารย์ทำให้ผมนึกถึงนักรบในสงคราม

ที่เมื่อกลับมาบ้าน ชีวิตก็ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว

ผมได้เล่มนี้มาขณะที่เด็กวัยรุ่นผู้หญิงข้างๆบอกเพื่อนว่า

“เล่มนี้ดีมากเลยแก”

ด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ และอีโก นักอ่าน

จะให้ผมหยิบตามขึ้นมาต่อหน้าเธอ

คงไม่ง่ายนัก

ผมเลือกหยิบจับเล่มอื่นๆ

จนทั้ง 2 จากไป

ผมจึงหยิบเล่มนี้เพิ่มเข้าไปในกองหนังสือ

หวังแค่ว่า เมื่ออ่านจบ

‘ผมจะได้ถอดหมวก’

 

- เด็กชายดาวดวงที่ 11 ไม่ใส่หมวก –

 

 

เรื่อง : ใช้ความสุขทำกำไร

สำนักพิมพ์ : WE LEARN

เขียน : Tony Hsieh, CEO, Zappos.com

แปล : วิญญู กิ่งหิรัญวัฒนา

ราคา : 210 บาท

ISBN : 978-616-7164-75-5

 

“ใช้ความสุขทำกำไร ”  … ใช้หัวใจทำทุกสิ่ง

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

1.) โครงการดีๆสนุกๆ “ห้องสมุดสุดปลายจมูก” http://www.facebook.com/LibraryAtYourNoseTip

2.) แวะอ่านความคิดของผม http://thelastquestion.exteen.com/20110820/entry

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ 

 

หนังสือแนวนี้ไม่ใช่แนวผมเลย

ดังนั้นมันจึงไม่ค่อยได้กินเงินผมเท่าไหร่

โธ่ ขนาดเรื่องราวอย่าง Facebook, Amazon

ยังไม่ได้กินเงินผม

จะเอาอะไรกับ โนเนมอย่าง Zappos

ที่หน้าปกแค่โปรยไว้ว่า

‘บริษัทหมื่นล้าน เว็บไซต์จำหน่ายรองเท้าที่โด่งดังที่สุดของอเมริกา’ 

หา!!!!!!!!!! อะไรนะ???

ทำไมผมไปอยู่รูไหน

ถึงไม่เคยได้ยินชื่อ Zappos

 

น้องที่ให้เล่มนี้ผมมา

เขียนลงท้ายปกด้านในว่า ‘เคารพรักเสมอ’

ผมสันนิษฐานเอาเองว่า

นั่นคือความจริงแล้วกัน

ไม่งั้นคงไม่ส่งหนังสือชื่อ ‘ใช้ความสุขทำกำไร’ มาให้ผม

เรื่องราวการผจญภัยในโลกธุรกิจ

ที่ต้องเรียกว่า เร้าใจทีเดียว

ของอัจฉริยะหนุ่ม ที่กล้าได้กล้าเสีย ชื่อ ‘โทนี่ เช’

เอาแบบสั้นๆแต่น่าจะเร้าใจ

เพียงพอให้ท่านควักกระเป๋า

เรื่องราวเป็นดังนี้ฮะ

 

 

หลังจากจบ ฮารวาร์ดเพียง 5 เดือน

โทนี เช ก่อตั้งบริษัท LinkExchange

(ประมาณบริการแลกเปลี่ยนโฆษณาบนหน้า website)

ภายในไม่ถึงปี Yahoo ติดต่อขอซื้อในราคา 20 ล้านดอลลาร์

เด็กหนุ่มวัย 20 เศษ ตอบ ‘NO’

แต่เมื่อถึงปี 1998 ข้อเสนอซื้อกลับมาอีกครั้ง

คราวนี้จาก Microsoft ด้วยตัวเลข 256 ล้านดอลลาร์

งวดนี้เขาตอบ ‘YES’

ไม่ใช่เพราะเงิน

แต่เพราะเขาสนุกกับมันน้อยลง

เขาเอาเงินนั้นไปซื้อทุกอย่างที่อยากมี

แต่ไม่ลืม ที่จะหาธุรกิจทำต่อ

เพราะความสุขเขาอยู่ที่การสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ

เขาทำตัวเป็น venture capital อยู่พักใหญ่

จนกระทั่งมีหนุ่มคนหนึ่ง ทิ้งข้อความว่า

‘เขาเพิ่งก่อตั้งเว็บไซต์ชื่อ ชูไซต์ดอทคอม เป้าหมายจะเป็นเหมือนอะเมซอน’

แวบแรก โทนี เช รู้สึกว่านี่คือ

‘ตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของแนวคิดอันยอดแย่’

ใครกันจะสั่งรองเท้าผ่านอินเตอร์เน็ต

แต่เมื่อได้ยินเจ้าหนุ่มในเครื่องบันทึกเสียงที่ชื่อ

นิค สวินเมิร์น พูดต่อถึงสถิติเล็กน้อย

โทนี เช ก็นัดหมายทันที

หลังจากเจอกันครั้งนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงว่าจะลุย

แต่ชื่อ ชูไซต์ มันธรรมดาไป

จึงเปลี่ยนเป็น ‘ซาโปส (Zapos)’ แล้วเพิ่ม p เข้าไปอีกตัว

โดยคำนี้มีรากมาจาก

‘ซาปาโตส ในภาษา สเปน ที่แปลว่า รองเท้า’

การเดินทางทำธุรกิจ ที่วางฐานจากความสุข

แต่ทำให้เขาเกือบหมดตัวเลยทีเดียว

เพราะในระหว่างเส้นทางมันหนักหนา

แต่อะไรที่ทำบนพื้นฐานความสุข

มันก็มักจะตอบแทนเราดีๆ ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง

และแล้วในปี 2009 เขาก็ได้กลายเป็น ส่วนหนึ่งของ Amazon จริงๆ

เมื่อถูกซื้อไปในราคา 1,200 ล้านดอลลาร์

ในปี 2010 Zappos ติด 20 อันดับแรกของ

‘บริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในโลก”

จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์จูน

 

เรื่องราวแบบนี้

ทำให้คุณควักกระเป๋าได้มั้ยครับ

อ่านเถอะ แล้วคุณจะได้ตอบว่า

‘วันนี้คุณทำให้บริษัทคุณ ใช้ความสุขทำกำไรหรือยัง’

 

- ดาวดวงที่ 11 แค่มีคนผ่านมาอ่าน ก็สุขใจ –

 

 

สำนักพิมพ์ : พิมพ์บูรพา

เขียน : สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

ราคา : 188 บาท (พิมพ์ครั้งที่ 2, ตค. 2556)

ISBN : 978-616-7029-10-8

“เงา มันไม่หายไปไหนหรอก ค่ำนี้อาจจะหายไป

แต่พรุ่งนี้มันก็กลับมาอยู่ที่เดิม"


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

1.) โครงการดีๆสนุกๆ “ห้องสมุดสุดปลายจมูก” http://www.facebook.com/LibraryAtYourNoseTip

2.) แวะอ่านความคิดของผม http://thelastquestion.exteen.com/20110820/entry

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ 

 

ไม่ง่ายนักหรอก

ที่เราจะเขียนถึงความสัมพันธ์กับคนรอบตัว

ให้กับคนอื่นอ่านแล้วรู้สึกอินไปกับเราด้วย

สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ แห่งทีวีบูรพา

หรือ พี่เช็ค (มีที่มาจาก ‘เช็คสเปียร์’ … อื้มม)

จากรายการ คนค้นคน

ทำได้และทำได้ดีมากๆ

ในหนังสือเล่มนี้

 

‘ในใจของผม มีเงาอันเงียบงันของผู้คนหลายคนอยู่เสมอ

ไม่ว่ากาลเวลาผ่านไปนานเท่าใด

คนเหล่านั้นก็ไม่มีวันลบไปจากความทรงจำ

ชีวิตยิ่งผ่านไป

ผมพบว่าหัวใจต้องบรรทุกสัมภาระนี้หนักอึ้งยิ่งขึ้นทุกเวลา

บางครั้งความวุ่นวายของชีวิตอาจทำให้ลืมเลือน

หรือละเลยที่จะครุ่นคำนึงถึงไปบ้าง

แต่นั่นมิได้หมายความว่าจะลบเลือนตลอดเวลา’

 

นั่นเป็นท่อนแรกในหนังสือที่ผมขีดเส้นไว้

หลังจากที่ผมรู้สึก

ถึงลมหายใจหนักๆของตัวเอง

หลังจากอ่านท่อนนั้นจบลง

 

หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องราว

ของใครต่อใคร ที่เคยให้น้ำใจ ให้โอกาส

ไปจนถึงใครต่อใคร ที่เวียนวนมาหยิบยืมและลืมวันลืมคืน

 

ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง

ผมนั่งอ่านเรื่องที่พี่เช็ค

เล่าถึง พ่อ

ผมจำได้ว่าน้ำตาผมไหลออกมา

ในขณะที่คนเต็มร้าน

ผมไม่ได้เศร้า แต่ไม่รู้ทำไม พี่เช็คทำให้ผมคิดถึงป๊า

แม้ว่าเราจะมีวิถีสัมพันธ์กับพ่อที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

 

ในตอนที่พี่เช็ค

เล่าถึงความสัมพันธ์ครึ่งวันกับเด็กวัด 4-5 คน

น้ำใจ ของเด็กที่ราดไปบนก้อนเนื้อหน้าอกซ้าย

สายตา ที่ดึงใครคนหนึ่งขึ้นมาจากปลักโคลน

ประสบการณ์ที่คุณจะไม่มีวันเข้าใจ

หากคุณไม่เคยสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวตน

แล้วจู่ๆมีคนมาบอกว่า คุณเจ๋งหวะ

‘ในที่หนึ่ง ณ ห้วงเวลาหนึ่ง

ผมเป็นแค่ไอ้ตัวฝุ่นธุลีที่แทบไม่มีตัวตน

แต่ ณ อีกที่หนึ่ง อีกเวลาหนึ่ง

ในสิ่งเดียวกันนั้น คนคนเดียวกันนั้น

สามารถกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่

ของใครบางคนไปได้’

 

ชีวิตก็เป็นเช่นนี้ถ้าคุณไม่ยอมแพ้ไปเสียก่อน

 

หนังสือเล่มนี้ ทำเอาน้ำตาผมร่วงหลายครั้ง

คุณอาจจะมองว่าผม sensitive เกินไป

ผมไม่แคร์หรอกครับ

ว่าใครจะมองผมอย่างไร

ผมแค่อยากจะบอกคุณว่า

หนังสือเล่มนี้

อาจจะทำให้คุณตั้งคำถามกับตัวเอง

ว่า เราหลงลืมอะไรไป

เราหลงทิ้งใครไว้ข้างหลังหรือป่าว

 

- คุณทิ้ง เด็กชายจากดาวดวงที่ 11 ไว้ตรงไหนในความทรงจำ –